เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. จับกุมนางสาวอุสุมา อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.6647/2568 ลงวันที่ 26 พ.ย. 2568 ได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกหลอกซื้อสินค้าโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊กแต่ไม่ได้รับสินค้า ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ได้มีบัญชีไลน์ชื่อ “DR Security” อ้างตัวเป็นตำรวจฝ่ายระบบ ชื่อ “ร.ต.ท.เกริกพล ศุภเสรีภาพ” ทักแชตเข้ามาอาสาช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินและอ้างว่าสามารถดึงเงินที่สูญหายกลับคืนมาได้
คนร้ายได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการส่งลิงก์เว็บไซต์อ้างเป็นแพลตฟอร์มตลาดหลักทรัพย์ และให้เพิ่มเพื่อนไลน์อีกบัญชีชื่อ “เจนจิรา ผาสุข” อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี ก่อนแสดงยอดเงินในระบบทิพย์ว่าผู้เสียหายมีเงินอยู่กว่า 6.1 แสนบาท เมื่อผู้เสียหายขอปิดพอร์ตเพื่อรับเงินคืน คนร้ายกลับออกอุบายให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการต่าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมโอนไปถึง 64 ครั้ง กระทั่งลูกชายมาพบและสั่งให้หยุดโอน ตรวจสอบพบว่า สูญเงินไปรวมทั้งสิ้น 8,163,191 บาท จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ในฐานะผู้สนับสนุนการฉ้อโกงและเจ้าของบัญชีม้า

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวอุสุมา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพรับจ้าง และไม่เคยเปิดบัญชีหรือให้ใครยืมไปใช้ อ้างว่าตนเก็บสมุดบัญชี รหัส และบัตรประชาชนไว้ในบ้านพักสวนยางที่อยู่ลำพัง และมักจะไป ๆ มา ๆ บ้านแฟน ทำให้บ้านว่างไม่มีคนอยู่ อีกทั้งเคยประสบเหตุน้ำท่วม เอกสารอาจจะสูญหายแต่ไม่ได้แจ้งความไว้
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากมีพิรุธและขัดแย้งกับพฤติการณ์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ฝากเตือนภัยมิจฉาชีพแก๊งนี้มักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ ทักแชตอ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้ ขอให้ประชาชนพึงระลึกไว้เสมอว่า “ตำรวจตัวจริงจะไม่ทักแชตเสนอช่วยดึงเงินคืน ไม่ส่งลิงก์ให้ลงทุน และไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้นก่อนคืนเงิน” หากตกเป็นเหยื่ออย่าโอนเงินเพิ่มเด็ดขาด! ให้รีบแจ้งความผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรฯ สายด่วน 1441 ทันที.



