เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 ที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ต.อดิศร อินทยศ สว.กก.2 บก.ป. และ นายพัฒนา รักษาราษฎร์ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “Operation Dark Empire” ทลายเครือข่ายฟาร์มบัญชีม้านิติบุคคลข้ามชาติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้ 11 ราย จากทั้งหมด 16 ราย หลังเปิดปฏิบัติการปูพรมค้น 20 จุด ในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายผลคดีของ ACSC และ บก.ป. พบเครือข่าย “DK Global Group” มีนายเฉิง หรือ เดฟ (Mr. Chia Chun) สัญชาติมาเลเซีย เป็นหัวหน้าขบวนการ ร่วมกับเอเย่นต์คนไทยและชาวต่างชาติ กว้านจ้างคนไทยที่ว่างงานหรือทำงานในสถานบันเทิง/บ่อนการพนันฝั่งมาเลเซีย นำเอกสารประจำตัวไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist แล้วนำไปเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบจากบัญชีบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคลตั้งแต่กลางปี 2567 เพื่อขยายวงเงินหมุนเวียน ไม่ต้องสแกนใบหน้า และหลบเลี่ยงการตรวจจับ

พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา รอง ผกก.2 บก.ป. เปิดเผยพฤติการณ์ว่า ขบวนการนี้ทำงานอย่างเป็นระบบ มีทีม “รันเนอร์” คอยพาคนไทยไปเปิดบัญชี ซื้อเสื้อผ้าปรับลุค และแจกโทรศัพท์มือถือ ก่อนใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างข้อมูลบริษัทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือกับธนาคาร จากนั้นจะส่งโทรศัพท์และบัญชีม้านิติบุคคลออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ เช่น แม่สอด จ.ตาก, จ.สระแก้ว และ อ.สะเดา จ.สงขลา

จากการตรวจสอบพบการจดทะเบียนบริษัทบังหน้ามากกว่า 1,500 แห่ง เชื่อว่าถูกนำไปเปิดบัญชีม้าหลายพันบัญชี ตรวจพบความเชื่อมโยงในระบบ TPO มีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินรวม 311 คดี มูลค่าความเสียหายสูงถึง 379 ล้านบาท จากบัญชีบริษัท 48 แห่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา อั้งยี่, จัดหา/ซื้อขายบัญชีม้า, ฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน นำตัวส่ง พงส.กก.2 บก.ป. ดำเนินคดี พร้อมเตือนผู้รับรองจดทะเบียนบริษัท หากพบสมรู้ร่วมคิดจะดำเนินคดีและส่งสภาวิชาชีพเพิกถอนใบอนุญาตทันที