การจากไปของ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สส.สระแก้ว เขต 3 พรรคกล้าธรรม ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ต.ค. 69 ในวัย 63 ปี นอกจากจะนำมาซึ่งความสูญเสียของครอบครัวชิงนวรรณ์ แล้ว ยังทำให้สนามการเมืองสระแก้วต้องจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อเก้าอี้ สส.เขต 3 กำลังกลายเป็นโจทย์ทางการเมืองที่หลายฝ่ายต้องประเมินทิศทางต่อจากนี้

ประเด็นที่น่าจับตา คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยพ่ายแพ้ให้กับนายสุรศักดิ์ จะตัดสินใจกลับมาลงสนามชิงเก้าอี้ สส.เขตนี้อีกครั้งหรือไม่ เพราะหากเลือกลงแข่งขัน ย่อมทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีนัยมากกว่าการหาผู้แทนคนใหม่ แต่ยังเป็นการวัดความเคลื่อนไหวของฐานการเมืองเดิมในพื้นที่ด้วย

อีกด้านหนึ่ง พรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคของผู้แทนที่จากไป ต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการพิจารณาตัวบุคคลที่จะลงสมัครรักษาฐานเสียงเดิม คำถามจึงอยู่ที่พรรคจะเลือกผู้สมัครจากเครือข่ายการเมืองเดิม หรือเปิดทางให้บุคคลอื่นเข้ามารับช่วงต่อ รวมถึงจะสามารถรักษาความต่อเนื่องของฐานสนับสนุนในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน หากนายสรวงศ์ ตัดสินใจลงสมัครจริง การแข่งขันย่อมต้องจับตาทั้งการจัดวางตัวผู้สมัคร การประสานเครือข่ายในพื้นที่ และการนำเสนอนโยบายต่อประชาชน ส่วนพรรคกล้าธรรม ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดทัพ และรักษาฐานสนับสนุนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงสมัครของแต่ละฝ่ายยังเป็นเรื่องที่ต้องรอความชัดเจน และไม่อาจสรุปได้ล่วงหน้าว่าผลการแข่งขันจะออกมาในทิศทางใด

ท้ายที่สุด การเลือกตั้งซ่อมเขต 3 สระแก้ว จึงไม่ใช่เพียงการหาผู้แทนมาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง แต่ยังเป็นบททดสอบของพรรคกล้าธรรม ในการรักษาฐานการเมืองเดิม และเป็นจุดที่ต้องจับตาว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งสัญญาณกลับมาทวงพื้นที่ทางการเมืองนี้หรือไม่ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่รอเห็นว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพวกเขาต่อไป.