เคยสงสัยกันบ้างไหม? เหตุใดบางคนเพียงแค่ “ดื่มกาแฟ” แต่ถึงกับต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายออกแทบจะทันทีจนแทบกลั้นไม่ไหว ในขณะที่บางคนกลับแทบจะไม่รู้สึก หรือไม่ปวดเลย ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. แฟนเพจ “Tensia” ที่ให้ความรู้ด้านการแพทย์ ได้ออกมาเปิดภาพร่างแหคนกินกาแฟแล้วปวดอึ พร้อมระบุข้อความว่า “เหอะๆ มีใครเป็นสายนี้บ้าง กาแฟลงท้องปุ๊บ อีกไม่กี่นาทีก็เริ่มรู้สึกว่าต้องไปแล้ว ที่น่าสนใจคือ ต้นเหตุอาจไม่ได้มาจาก Caffeine อย่างที่หลายคนคิดค่ะ เพราะต่อให้เปลี่ยนไปกิน Decaf บางคนก็ยังปวดอึได้เหมือนเดิม ตัวที่น่าสงสัยจริงๆ อาจเป็นร่างแหประสาทในลำไส้ ที่ตอบสนองต่อสารอื่นในกาแฟไวเกินไปต่างหาก คนกลุ่มนี้เวลาหลังดื่มกาแฟ ระบบทางเดินอาหารจะตอบสนองเร็วมาก บางคนประมาณ 15-30 นาที ก็เริ่มรู้สึกปวดถ่ายแล้ว และบางคนเร็วแบบสุดๆ ไม่ถึง 5 นาที ก็ต้องเดินหาห้องน้ำเลยค่ะ ตรงนี้เลยทำให้เกิดคำถามว่า ถ้ากาแฟไม่มี Caffeine แล้วยังเป็น แล้วอะไรเป็นตัวกระตุ้น”

นอกจากนี้ “จริงๆ ในกาแฟไม่ได้มีแค่ Caffeine ค่ะ ยังมีสารอีกหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ Chlorogenic acids (CGA) รวมถึง Melanoidins ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ สารกลุ่มนี้สามารถไปมีผลต่อระบบประสาทที่ฝังตัวอยู่ตลอดผนังกระเพาะและลำไส้ ซึ่งเรียกว่า Enteric nervous system หรือ ENS เจ้าร่างแหเส้นประสาทนี้ก็คือระบบที่คอยสั่งงานทางเดินอาหารอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ (เส้นสีม่วงๆ ในภาพ) ENS บางครั้งถูกเรียกว่าเป็น “สมองย่อยของลำไส้” เพราะมันมีเซลล์ประสาทจำนวนมาก คอยควบคุมตั้งแต่การบีบตัวของลำไส้ การเคลื่อนอาหาร ไปจนถึงการหลั่งสารต่างๆ และ ENS ยังติดต่อกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 หรือ Vagus nerve อีกด้วย หนึ่งในวงจรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ Gastrocolic reflex”

อีกทั้ง “reflex นี้อธิบายง่ายๆ คือ พออาหารหรือเครื่องดื่มลงไป กระเพาะเริ่มขยายตัว ร่างกายก็ส่งสัญญาณไปกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้เคลื่อนไหวมากขึ้น เหมือนเป็นการบอกว่า ของใหม่กำลังเข้ามา ของเก่าขยับออกหน่อย เลยเกิดความรู้สึกปวดอึหลังรับประทานอาหารได้ค่ะ ทีนี้พอเป็นกาแฟ เรื่องอาจชัดขึ้นอีก เพราะสารอย่าง CGA และ Melanoidins อาจไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหารและ ENS ทำให้วงจร Gastrocolic reflex ตอบสนองเด่นขึ้น ในคนที่ไวอยู่แล้ว ลำไส้ใหญ่จึงอาจเริ่มบีบตัวแรงและเร็ว จนเกิดอาการปวดถ่ายหลังดื่มกาแฟไม่นาน บางคนอุจจาระไม่ได้เหลวเลยนะคะ ลักษณะยังปกติทุกอย่าง แค่มันมาเร็วกว่าปกติเท่านั้นเอง และถ้ากินกาแฟพร้อมอาหาร หรือช่วงที่มีกระเพาะถูกกระตุ้นอยู่แล้ว แรงกระตุ้นต่อ Gastrocolic reflex ก็อาจยิ่งชัดขึ้น”

“ดังนั้นคนที่ ENS ไวต่อกาแฟเป็นพิเศษ จึงอาจรู้สึกต่างจากคนข้างๆ แบบมากๆ คนหนึ่งกินหมดแก้วแล้วยังนั่งทำงานต่อสบาย อีกคนเพิ่งกินไปไม่กี่คำ กำลังมองหาห้องน้ำแล้วค่ะ แต่ต้องแยกอีกกรณีหนึ่งออกจากกันนะคะ ถ้าดื่มกาแฟไปแล้วไม่ได้ปวดทันที แต่ผ่านไปประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง แล้วเริ่มปวดท้อง ท้องอืด หรือถ่ายกึ่งเหลวถึงถ่ายเหลว กรณีนี้ตัวการอาจไม่ได้อยู่ที่กาแฟเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นนมที่อยู่ในแก้วก็ได้ค่ะ เพราะนมมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้บางคนมีอาการทางลำไส้ได้”

อย่างไรก็ตาม “น้ำตาลแลคโตส (Lactose) ถ้าร่างกายมีเอนไซม์ Lactase ไม่เพียงพอ น้ำตาลแลคโตสจะถูกย่อยไม่หมด แล้วไหลลงไปถึงลำไส้ใหญ่ จากนั้นแบคทีเรียจะนำไปหมัก เกิดแก๊ส และเพิ่มการดึงน้ำเข้าลำไส้ ผลคือท้องอืด ปวดบิด แล้วตามมาด้วยถ่ายเหลวได้ค่ะ และ โปรตีน Casein A1 ในนมบางชนิด เมื่อถูกย่อยจะสามารถเกิดเปปไทด์ที่เรียกว่า Beta-casomorphin-7 หรือ BCM-7 บางคนอาจตอบสนองต่อสารนี้แตกต่างจากคนทั่วไป และมีอาการทางระบบทางเดินอาหารตามมาได้ แม้กลไกส่วนนี้จะซับซ้อนและไม่ได้เกิดกับทุกคนค่ะ แต่ใดๆ คือจำนวนชั่วโมงก็ตัดต้นเหตุชัดๆ กันไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีลองผิดลองถูก เพราะการปวดอุจจาระ มักมันมีปัจจัยรบกวนมากค่ะ บางคนไม่ได้ไวต่อกาแฟมาก แต่พอมาพร้อมอาหารด้วย เลยเบิ้ล โดนคู่เลย”

ขอบคุณข้อมูลจาก : Tensia