เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่จังหวัดระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทบทวนและปรับแผนโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ว่า ตอนนี้ยังไม่มี ไม่เป็นไร เพราะยังไม่คุ้ม เอาไว้คุ้มก่อนค่อยว่ากัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ จะมีระบบขนส่งเชื่อมส่วนที่ขาดไป ภาษาเทคนิคเวลาประชุมในฐานะรัฐมนตรี หรือประชุมในเรื่องของการวางแผนพัฒนาประเทศ เขาใช้คำว่า Missing Link ซึ่งระนองสามารถทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยได้ เรามี จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ฯ ตรงนี้เราก็จะทำ Missing Link ให้เกิดขึ้น แล้วก็มีการพัฒนาท่าเรือระนอง ให้มีความสำคัญ สามารถรับสินค้า รับคอนเทนเนอร์ต่างๆ ได้มากขึ้น ในช่วงที่จำนวนปริมาณยังไม่คุ้มค่ากับการสร้างขนาดใหญ่ ขนาดแลนด์บริดจ์ แต่ว่าเราต้องเริ่มสร้างหัวเชื้อไว้ก่อน วันหนึ่งเขาก็ต้องเห็นว่า โอ้โห สินค้าจากยุโรปมานี่ เข้ามาทาง จ.ระนอง สามารถตรงไปยังใต้ของด้ามขวานของประเทศไทย ตรงไปถึงภาคเหนือ เลาะไปตามด้านตะวันตก โดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ ไปถึงประเทศจีน สินค้าในไทยก็สามารถมาออกช่องทางทางระนองได้ แล้วก็ไปทางประเทศอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ถ้าเขาเห็นความสะดวกเช่นนี้ มันก็เหมือนตอนเปิดร้านขายของ เปิดมาใหม่ๆ ก็ต้องเริ่มจากขายทีละนิดๆ แล้วเราก็ขยับขยายกิจการขึ้นมา กรอบเรามีอยู่ เรามีการศึกษาไว้เรียบร้อยอยู่แล้ว ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องขยาย ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตามเราก็พร้อมที่จะมีการขยาย ตอนนี้มีคนบอกไม่เอาแลนด์บริดจ์ ชาว จ.ระนอง และจ.ชุมพร ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ด้วย 

“ถ้าชาวระนอง ชาวชุมพรบอกหากก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ได้ พี่น้องก็ต้องเรียกร้อง กลัวว่าคนที่บอกไม่เอาเนี่ย ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ถ้าพี่น้อง จ.ระนอง จ.ชุมพร จังหวัดใกล้เคียง บอกไม่เอา ยังไงก็ไม่เอา เราก็ไม่สร้าง แต่ถ้าโอกาสมันมาแล้วเราไม่เอา ผมเชื่อว่า พี่น้องชาวระนอง ชาวชุมพร ชาวใต้ ก็คงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป รัฐบาลฟังประชาชนเสมอ ต้องฟังประชาชนที่เป็นภาพรวมแล้วก็ประเมินว่า อะไรคือสิ่งดีที่สุดสำหรับประเทศไทย สำหรับระนองวันนี้ ไม่มีขาดทุน จะมีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีความสมบูรณ์ ครบวงจร แล้วก็ค่อยๆ ดูว่า จะขยายต่อไปอย่างไรในอนาคต” นายอนุทิน กล่าว.