สำนักข่าวรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า โครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงสูงอาจทำให้ประชาชนเกือบ 49 ล้านคนทั่วภูมิภาคเปราะบางของโลก เผชิญกับภาวะไม่มั่นคงทางอาหารขั้นรุนแรงเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2570


ดับเบิลยูเอฟพีระบุในรายงานว่า มีโอกาส 81% ที่จะเกิดเอลนีโญรุนแรงมาก โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอาจอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2525 และอาจเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2493


เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้นเป็นระยะ ส่งผลให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลง มักทำให้เกิดภัยแล้งในแอฟริกาตอนใต้ ชะลอฤดูมรสุมในบางพื้นที่ของเอเชีย และทำให้ปริมาณฝนในหลายพื้นที่แปรปรวน


นายฌอง-มาร์แต็ง บาวเออร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการของดับเบิลยูเอฟพี กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในอดีต


จากการประเมิน 45 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากเอลนีโญ ดับเบิลยูเอฟพีคาดว่า จำนวนผู้เผชิญภาวะไม่มั่นคงทางอาหารขั้นรุนแรง อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 49 ล้านคน เป็นทั้งหมด 274 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 22% จากจำนวนประชากรที่เผชิญวิกฤติอาหารอยู่แล้ว


ภูมิภาคอเมริกากลางและแอฟริกาตอนใต้คาดว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยจำนวนผู้ประสบภาวะไม่มั่นคงทางอาหารอาจเพิ่มขึ้น 83% ในอเมริกากลาง และเกือบ 75% ในแอฟริกาตอนใต้


ขณะที่แอฟริกาตอนใต้ อเมริกาใต้ และแคริบเบียน อาจมีประชาชนในแต่ละภูมิภาคเผชิญภาวะไม่มั่นคงทางอาหารขั้นรุนแรงเพิ่มขึ้นมากกว่า 12 ล้านคน


บาวเออร์ระบุว่า ตลาดอาหารโลกเข้าสู่ช่วงเอลนีโญในภาวะค่อนข้างแข็งแกร่ง หลังการเก็บเกี่ยวในปี 2568 อยู่ในระดับดี แต่เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสียหายต่อผลผลิตจากสภาพอากาศ อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาอาหาร


แม้เอลนีโญในอดีตมักไม่ทำให้ราคาอาหารโลกพุ่งสูงอย่างรุนแรง แต่ภาวะขาดแคลนและราคาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละภูมิภาคอาจทำให้ครัวเรือนเปราะบางเข้าถึงอาหารได้ยากขึ้น


นอกจากนี้ การลดเงินสนับสนุนจากสหรัฐและยุโรปในปี 2568 ยังส่งผลกระทบต่อการติดตามสถานการณ์ โดยดับเบิลยูเอฟพีเตือนว่าข้อมูลด้านความมั่นคงทางอาหารสำหรับประเมินผลกระทบจากเอลนีโญกำลังลดน้อยลง


ดับเบิลยูเอฟพีดำเนินการสำรวจครัวเรือนราว 1.1 ล้านครั้ง เมื่อปี 2567 ลดเหลือประมาณ 800,000 ครั้ง เมื่อปี 2568 และลดลงอีกในปีนี้จากข้อจำกัดด้านเงินทุน


บาวเออร์เตือนว่า การเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญในช่วงที่มีความเสี่ยงจากเอลนีโญ เพราะการติดตามสถานการณ์ที่ลดลงอาจทำให้ตรวจพบวิกฤติอาหารที่กำลังก่อตัวได้ช้าลง


ทั้งนี้ คาดว่าพื้นที่บางส่วนของแอฟริกาตะวันออก ซาเฮล อเมริกากลาง และแคริบเบียน จะเผชิญฝนทิ้งช่วง ขณะที่ความเสี่ยงน้ำท่วมอาจเพิ่มขึ้นในโซมาเลียและพื้นที่ใกล้เคียง


ส่วนเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ฤดูมรสุมที่แปรปรวน และน้ำท่วมเฉพาะพื้นที่ ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร


ดับเบิลยูเอฟพีย้ำว่า การคาดการณ์ยังมีความไม่แน่นอน และผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่เตือนรัฐบาลและหน่วยงานช่วยเหลือให้เตรียมรับมือแต่เนิ่น ๆ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS