วิธีการป้องกันอาการคันขนบริเวณหัวหน่าว
ท่านสามารถป้องกันอาการคันขนบริเวณหัวหน่าวได้ด้วยสุขอนามัยและเทคนิคการโกนที่เหมาะสม วิธีลดความเสี่ยงของอาการคันบริเวณหัวหน่าว ได้แก่:

ใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน : ล้างบริเวณหัวหน่าวและร่างกายด้วยน้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากน้ำหอม แทนการใช้สบู่ที่มีกลิ่นหอมรุนแรง ปากช่องคลอดและช่องคลอดต้องล้างด้วยน้ำอุ่นเท่านั้น
เพิ่มความชุ่มชื้น: หากมีสภาพผิวแห้ง เช่น กลากหรือโรคสะเก็ดเงิน ให้ใช้มอยเจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับเกราะป้องกันผิว
รักษาอวัยวะเพศให้แห้ง : เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหลังจากออกกำลังกายหรือว่ายน้ำ อย่าลืมเช็ดร่างกายและอวัยวะเพศให้แห้งหลังอาบน้ำ
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง: หลีกเลี่ยงการใช้สวนล้างช่องคลอด สบู่หอม สเปรย์สุขอนามัยของผู้หญิง และผลิตภัณฑ์ประจำเดือนที่มีกลิ่นหอมที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง
เลือกชุดชั้นในผ้าฝ้าย : สวมชุดชั้นในผ้าฝ้ายแทนผ้าใยสังเคราะห์เพื่อช่วยให้ผิวระบายได้มากขึ้นและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
เปลี่ยนกิจวัตรการโกนขน : รอการโกนหลังอาบน้ำเสร็จเพื่อให้รูขุมขนเปิดและขนนุ่มขึ้น ใช้ครีมโกนหนวดที่ให้ความชุ่มชื้นและโกนด้วยมีดโกนที่สะอาดตามทิศทางที่ขนบริเวณหัวหน่าวงอกขึ้นมา
เปลี่ยนมีดโกนบ่อย ๆ : โยนมีดโกนแบบใช้แล้วทิ้งหลังการโกน 5-7 ครั้ง หรือทำความสะอาดเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าหลังการใช้งานแต่ละครั้ง
ข้ามการโกนขนบริเวณหัวหน่าว : เล็มขนบริเวณหัวหน่าวแทนการโกนเพื่อหลีกเลี่ยงการไหม้จากการมีดโกนและการระคายเคือง
การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย : ใช้วิธีการป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เมื่อมีเพศสัมพันธ์เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ รับการตรวจการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เช่นเดียวกัน

สรุป
อาการคันขนบริเวณหัวหน่าวมักเกิดจากสภาพผิวหนัง การติดเชื้อ หรือพฤติกรรมด้านสุขอนามัยที่ทำให้ผิวหนังและรูขุมขนระคายเคือง สาเหตุทั่วไปของอาการคันขนบริเวณหัวหน่าว ได้แก่ แผลไหม้จากมีดโกน อาการแพ้ เหา สังคังหรือโรคกลาก และโรคสะเก็ดเงิน

หากมีอาการคันขนบริเวณหัวหน่าวที่ไม่หายไปภายใน 2-3 วันหลังจากเปลี่ยนพฤติกรรมการโกน การให้ความชุ่มชื้น หรือสุขอนามัย ให้ไปพบผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ อาจมีการติดเชื้อหรือมีสภาพผิวที่ต้องได้รับการรักษา.

……………………………………..
ศ.น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ
ภาควิชาศัลยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…