นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีโลก WGP#1 เปิดเผยว่า ทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกีเก็บคะแนนชิงแชมป์โลก 2024 เตรียมจัดขึ้นแล้ว โดยสนามที่ 1 จะจัดที่โปแลนด์ ในวันที่ 25-28 ก.ค. 67, สนามที่ 2 วันที่ 10-13 ต.ค. 67 ที่สหรัฐอเมริกา และสนามที่ 3 สนามชิงชนะเลิศ วันที่ 11-15 ธ.ค. 67 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว WGP#1 ได้จัดสนามเก็บคะแนนชิงแชมป์เอเชีย ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จ ทำให้สนามเมืองไทย จะเป็นการชิงแชมป์ถึง 3 รายการ ได้แก่ แชมป์เอเชีย, ชิงแชมป์โลก และแชมป์แกรนด์สแลม รายการเดี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการ “เวิลด์คัพ ไทยแลนด์” มีเงินรางวัลสูงที่สุดในโลก

การที่ WGP#1 ต้องออกไปทำงานอย่างหนักบนเวทีโลกนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบริหารจัดการกีฬาในแนวคิดใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ ยั่งยืน โดยคนไทยเอง เป็นตัวอย่างที่ไม่ต้องไปซื้อลิขสิทธิ์ชาวต่างชาติ จึงต้องสร้างความเชื่อถือ ก่อนที่จะนำความสำเร็จกลับมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย โดยปีนี้ WGP#1 ตั้งเป้าให้ไทยเป็น “ฮับโลก” อย่างเต็มตัว นำเข้าและสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 800 ล้านบาทในเดือนธันวาคมนี้ และเติบโตต่อเนื่องทุกๆ ปี พร้อมกับขยายตัวไปสู่งานแสดงเจ็ตสกีและการประชุมโลก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 12,000-15,000 คน ต่อปี ทั้งนี้งานดังกล่าวได้บรรลุข้อตกลงกับผู้ผลิตเจ็ตสกียักษ์ใหญ่ของโลกแล้ว

WGP#1 อยากให้พี่น้องประชาชนไทยได้เห็นภาพใหญ่ของแบรนด์แห่งชาติ (Nation Brand) เพราะการทำคอนเทนต์กีฬาที่ขึ้นไปเป็นที่หนึ่งของโลกสำเร็จแล้ว สามารถเจาะ 2 กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ ให้เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว ได้แก่ กลุ่มคนในวงการกีฬานี้ พุ่งเป้าไปที่ผู้ชื่นชอบและแฟนกีฬาเจ็ตสกีทั่วโลกสถิติกว่า 28 ล้านคน เพื่อขยายตัวนำ เข้ามาชมทัวร์นาเมนต์ ขณะที่อีกกลุ่มเป็นผู้ชมผ่านสื่อทั่วโลกกว่า 250 ล้านคนต่อปี นับเป็นช่องทางสื่อในมือกีฬาไทย

ในส่วนงานแสดงเจ็ตสกีและการประชุมโลก หนึ่งในวาระสำคัญครั้งนี้จะเป็นการแสดงบทบาทของประเทศไทย ในฐานะผู้นำกีฬาเจ็ตสกีโลก ประโยชน์ที่ชาติไทยให้กับสังคมโลก อาทิ นโยบายเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นระบบไฟฟ้า กรีน คอนเซปต์, การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และการเป็นยานพาหนะเพื่อกู้ชีพและกู้ภัยทางน้ำที่ดีที่สุดในโลก

สำหรับแผนงานดังกล่าวนั้น ได้รับความเห็นชอบจาก นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในฐานะประธานโครงการพัฒนาแบรนด์กีฬาเจ็ตสกีไทย บนเวทีโลก รวมถึงได้เข้าหารือกับ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ ซึ่งเห็นว่า เมื่อคนไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ WGP#1 การไปจัดในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น, โปแลนด์, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา ฯลฯ สามารถใช้กีฬาเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นมิติใหม่ของวงการกีฬาไทย เป็นเรื่องที่สร้างความยั่งยืนต่อเนื่อง เช่น ที่เมืองวิชี ประเทศฝรั่งเศส มีการนำกีฬาและการท่องเที่ยวไทยไปจัดแสดง มีประชุมระหว่างภาครัฐ นายกเทศมนตรีเมืองวิชี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงเห็นควรที่จะร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากยิ่งขึ้น