อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

หลากไอเดียรักษ์โลกจากคอกาแฟสายกรีน

ดื่มด่ำความอร่อยพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อม เนสเพรสโซชวนลูกค้าให้นำกาแฟแคปซูลใช้แล้วมาคืนเพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายและรีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ” พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 16.14 น.

ส่งมอบช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกาแฟหนึ่งแก้วจากแคปชูลให้แก่ผู้บริโภค เนสเพรสโซ (Nespresso) ยังสร้างประโยชน์และความยั่งยืนให้สังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยการริเริ่มโครงการรีไซเคิล และดำเนินโครงการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปีนี้เนสเพรสโซยังคงสานต่อโครงการรีไซเคิลผ่านแคมเปญ “ดูอิง อิส เอวรีติง” (Doing is Everything) ด้วยการเชิญชวนลูกค้าให้นำกาแฟแคปซูลใช้แล้วมาคืนที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา เพื่อให้เนสเพรสโซได้นำไปเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายและรีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ”


ปรีติ ฮาลัย

ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย เผยว่า เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ที่ริเริ่มโครงการรีไซเคิลในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามุ่งมั่นในการส่งมอบกาแฟที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคควบคู่กับการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในปณิธานหลัก รวมถึงการส่งเสริมและผลักดันโครงการรีไซเคิล และสนับสนุนให้ลูกค้านำกาแฟแคปซูลใช้แล้วกลับมาคืนที่ร้าน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมาได้นำแคปซูลกาแฟใช้แล้วไปย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ปากกา หรือ จักรยาน โดยได้ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมา


เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ

โอกาสนี้เนสเพรสโซชวนคอฟฟี่เลิฟเวอร์สายกรีน ร่วมบอกเล่าถึงไลฟ์สไตล์ตัวเองที่คำนึงถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ซึ่งยึดแนวคิดอาหารปลอดภัยและยั่งยืน บอกว่า ทุกวันที่ปรุงอาหารในร้านของตัวเองเน้นลดปริมาณขยะต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาโดยวิธีการหมักปุ๋ยเองจากเศษอาหารในครัว รวมถึงปลูกผักสมุนไพรที่ใช้ในรายการอาหาร เป็นการช่วยลดเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ภาวะเรือนกระจก ซึ่งตัวเองค่อนข้างให้ความสำคัญ อันที่จริงทุกครัวเรือนสามารถทำได้ เพราะต้องทำอาหารและรับประทานอาหารอยู่แล้ว ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะในทางตรง ยังมีปุ๋ยไว้ปลูกพืชในทางอ้อมอีกด้วย


บุ๊ค-จูน

สาวช่างแต่งตัวผู้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่น้อย บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก เผยว่า เพราะชอบแต่งตัว ชอบแฟชั่น เมื่อก่อนเน้นช้อปแบบฟาสต์แฟชั่นคือ ซื้อเสื้อผ้าใส่ครั้งเดียวทิ้ง พอโตมาตระหนักได้ว่าคือการทำลายสิ่งแวดล้อมโลก เป็นการสร้างขยะ จึงเกิดจุดเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวหันมาเลือกซื้อแฟชั่นที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง เพื่อให้สามารถหยิบขึ้นมาสวมใส่ได้เรื่อยๆ เป็นการลดขยะ ลดมลพิษ พอเริ่มจากเสื้อผ้าก็ไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น การดื่มกาแฟ จากแก้วใช้ครั้งเดียวทิ้งก็เริ่มใช้แก้วส่วนตัวซึ่งสามารถใช้ได้หลายครั้ง

เติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว จูน-สาวิตรี โรจนพฤษ์ พิธีกรสาวชื่อดัง กล่าวว่า ไม่ได้เพิ่งสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงเรื่องนี้มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่า ห้ามทิ้งขยะไม่ว่าที่ไหนก็ตามหากไม่ใช่ที่รองรับ อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญมากคือ อาหารที่รับประทานไม่ให้เหลือทิ้งขว้าง เมื่อไรที่สั่งอาหารมาแล้วมีไซส์ใหญ่ จะแบ่งเก็บไว้รับประทานมื้อต่อไป หรืออาจแบ่งให้คนอื่นๆ เพื่อไม่ให้กลายเป็นของเหลือและสุดท้ายกลายเป็นขยะในที่สุด เพียงแค่ทำให้รอบตัวมีขยะน้อยลงก็เท่ากับว่าเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้แบบง่าย ๆ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 48