อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

'เฌอเอม'แถลงทั้งน้ำตา ยกการสละสิทธิ์ให้กองพิจารณา

เฌอเอมยืนยันไม่มีผู้จัดการจริง "เคน-สิทธิชัย" แค่โปรกเกอร์หางาน ยอมรับโดนดีดออกจากกลุ่มไลน์นางงามแล้ว!! ขอปล่อยให้การสละสิทธิ์อยู่ในพิจารณาของกองประกวด อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 17.24 น.

กลายเป็นประเด็นดราม่าในวงการนางงามที่หลายคนจับตามองอยู่ในขณะนี้ สำหรับเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ล่าสุด เมื่อเวลา 14.46 น. ที่ชั้น 2 สตูดิโอ จีเอ็มเอ็ม (หลังตึกแกรมมี่) เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 หมายเลข MUT82 ได้ควง เคน-สิทธิชัย เร็ววิโรจน์ และ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย มาเปิดใจและเคลียร์ทุกประเด็นเป็นครั้งแรก

นายสิทธิชัยเปิดใจเป็นคนแรกว่า อาชีพของตัวเองคือผู้จัดการศิลปิน สอนเต้น สอนออกกำลังกาย ทำฟรีแลนซ์ ถ้าบอกเราเป็นมิจฉาชีพตามที่โพสต์คิดว่าไม่ยุติธรรม เพราะเรามีการมีงานมีแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งตรงนี้ผลกระทบต่อน้องเฌอเอม ด้วยความรู้สึกว่า ไม่ยุติธรรมกับเราทั้งคู่ ทั้งหมดถูกคลื่นถาโถมมาหาเรา สุดท้ายแล้วคนที่โดนเยอะที่สุดคือน้อง อยากให้เห็นใจน้องส่วนนี้ สำหรับหน้าที่ในกองประกวด ตัวเองดูแลส่วนสปอนเซอร์ชิพ ขายงานได้ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยไม่มีการเซ็นสัญญากับกองประกวด เราไม่รู้ขั้นตอนการประชุมมีทั้งหมดกี่ครั้ง แต่เท่าที่เราจำได้ไปแค่ 3 ครั้ง และไม่ได้นำความลับใดๆ มาบอกน้องเลย เพราะเราทำแค่หน้าที่ดูคิวและขายงานให้น้องเท่านั้น จึงไม่ได้แจ้งกองประกวด กรณีตั้งใจปกปิดหรือไม่ ถ้าจะปกปิดจริงๆ คงไม่ใส่เบอร์มือถือในอินสตาแกรมของเฌอเอม ถ้าปกปิดจริงๆ เรื่องแถลงข่าววันนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน

"วันที่เราไปหาพี่ปุ้ย เรารู้อยู่เต็มอกว่าเราดูแลเป็นสปอนเซอร์ชิพของกองประกวด แล้วระหว่างเก็บตัวตอนนั้นเฌอเอม หันซ้ายหันขวา ทำงานเหนื่อยมากเริ่มไม่ไหว น้องจึงอยากให้เรามาสนับสนุนจึงตัดสินใจเข้าหาผู้ใหญ่ หาแนวทางแก้ไข แต่เราไม่ไม่ได้รับฟีดแบ็กอะไร" สิทธิชัย กล่าว



ด้าน เฌอเอม เผยว่า ทั้งนี้จะขอแจ้ง 4 คำที่ใช้ในวงการบันเทิง ได้แก่ โบรกเกอร์ คือ นายหน้าหางาน, กัลยาณมิตร เป็นเพื่อนพี่น้องหยิบยืมความช่วยเหลือกัน, พี่เลี้ยง อันนี้ขอโฟกัสพี่เลี้ยงนางงามที่ดูแลทุกอย่างของการประกวด และผู้จัดการคือคนที่เราตกลงให้จัดการเรื่องชีวิต หมายความว่าเขาต้องรู้ทุกอย่างของเรา จนกว่าจะยกเลิกสัญญาจ้าง "ดังนั้นพี่เคนเป็นโบรกเกอร์เท่านั้น" อาจมีความคลุมเครือบ้างเพราะบางคนรวบความหมายไปด้วยกัน ต้องขอโทษความผิดพลาดด้านการสื่อสาร ยอมรับว่าตอนแรกมีพี่เลี้ยงอีกคนแต่ยกเลิกไป เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ ดังนั้นตัดสินใจไปต่อด้วยตัวเอง เพราะเริ่มมีแพสชั่นและชอบมันแล้ว



กรณีประเด็นที่อาจได้ข้อมูลในกองประกวดมาตอบคำถามรอบออดิชั่น เฌอเอม ยืนยันด้วยชีวิตว่าไม่เคยเห็นคีย์เวิร์ดมาก่อน และพี่เคนก็ไม่ได้บอกอะไร เราไม่ได้สนิทกันมาก จะคุยแค่เรื่องงานที่ติดต่อมาให้เท่านั้น ยืนยันไม่ได้รับคำตอบหรืออะไรล่วงหน้าเลย "สิทธิพิเศษมันคือการเอาเปรียบเพื่อน เราเป็นเหมือนเพื่อน เราทำพร้อมเพื่อนแล้วสิทธิพิเศษนั้นมันคืออะไร" หลังจากที่ตัวเองได้พบกับพี่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ มันก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ช่วงนั้นเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ รู้จักแค่พี่เคน คนเดียวที่มีศักยภาพเพียงคนเดียว จึงพาไปแนะนำให้รู้จักในฐานะคนที่ส่งเรา และปรึกษาว่ามันโอเคไหม "เพราะผู้ใหญ่ในกองก็เหมือนพ่อแม่ของเรา ถ้ามีปัญหาเราต้องวิ่งเข้าหาพ่อแม่ วันนั้นเข้าไปโดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลย" ตอนนั้นเขารับทราบไม่พูดอะไรและให้เราไปพักผ่อนก่อน แล้วค่อยไปเจอกัน ถ้าคำตอบไม่เห็นด้วยก็อาจหาคนอื่นในกองมาช่วยสนับสนุน แต่เนื่องจากเราไม่ได้รับคำตอบ ก็คิดว่ามันโอเค



"เรื่องที่กองประกวดบอกให้เราสละสิทธิ์บอกตรงๆ ว่าตกใจ เพราะวันนั้นเราไม่ได้คุยไว้ก่อน เราพูดแค่แง่ปัญหาสุขภาพที่เราไม่อยากล้มลงในกองประกวด หรือล้มต่อหน้าสื่อ เราขออย่างเดียวไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราอยากเดินในรอบตัดสินพร้อมกับเพื่อนอีก 29 คน เพราะว่าเราเริ่มมาพร้อมกัน สิ่งสำคัญมันไม่ใช่มงกุฎที่อยู่บนหัวของเอม แต่มันคือการที่เราเดินไปถึงเป้าหมายและมันแสดงคำขอบคุณต่อทุกคนที่สนับสนุน และทำให้เรามาอยู่จุดนี้ เพราะเอมเดินมาพร้อมกับความรักของคนมากมายจริงๆ ดังนั้นตอนนั้นเราพูดกับเขาเท่านี้ เพราะฉะนั้นสละสิทธิ์หรือไม่มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มันแค่คำกับตัวเขียนแค่ไม่กี่คำ แต่ไม่อยากสละสิทธิ์ที่ชอบธรรมโดยไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องที่อยากพูด และมีการฟังความข้างเดียวค่อนข้างเยอะ วันนี้ถ้าทุกคนได้ฟังหมดแล้ว ต้องขอบคุณกองประกวดที่อนุญาตให้เอมแถลงข่าว โดยสามารถยืนยันได้จากไลน์แชคของกองประกวด ขอให้กองเป็นผู้พิจารณาการสละสิทธิ์ของเราก็แล้วกัน" เฌอเอม กล่าวทั้งน้ำตา



เฌอเอมขอแจงว่า ปัญญาสุขภาพสายตาจากการใช้สายตาหนัก ทำให้เอมพิมพ์จดหมายส่ง แต่ว่าเบื้องต้นทางกองขอจดหมายพร้อมใบรับรองแพทย์ และสุดท้ายเปลี่ยนเป็นจดหมายโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ ดังนั้นเอมไม่แน่ใจว่าถ้าหลักฐานทางการแพทย์ของเอมไม่ได้รับการเปิดเผย ใบสละสิทธิ์หรือแม้แต่เหตุผลก็เป็นหลักฐานเลื่อนลอยจึงตัดสินใจไม่ส่งจดหมายไปเมื่อวานนี้ ที่ผ่านมาไม่ได้รับการติดต่อจากองด้านการกับกิจกรรมอีกเลย ไม่ทราบว่าเพื่อนไปไหนหรือทำอะไรกัน แล้วเขาไม่อนุญาตให้เราเข้าไปในกอง ซึ่งกลุ่มไลน์นั้นตัวเองโดนดึงออกจากกลุ่มไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ตัวเองก็พร้อมกลับเข้ากองประกวดเพื่อร่วมกิจกรรมเสมอ ถ้าพูดได้ก็ไม่อยากขอสละสิทธิ์ด้วยตัวเอง เพราะสิทธิอยู่กับทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละร้อยละ 50 คิดว่ามันเป็นความเข้าใจผิดและอยากให้ทุกอย่างคลี่คลายลง หลังจากการแถลงข่าวในวันนี้ 

กรณีที่เราเป็นตัวเก็งแล้วโดนเตะตัดขา ไม่สามารถบอกได้เพราะเท่ากับเรากังขากับวิจารญาณของคณะกรรมการ ซึ่งเราให้ความเคารพกับเวทีนี้มาก เป็นที่ที่ทำให้เอมได้พูดได้แสดงทัศนคติ ไม่ว่าเพื่อนคนไหนได้มงกุฎตัวเองก็ดีใจด้วยจริงๆ แล้วรู้สึกมาตลอดว่าทุกคนสมมงกุฎและมีหลายคนที่เราเชียร์ มองว่าทุกคนมีอนาคตไม่ใช่แค่เราเล็งที่มงกุฎอันเดียว สำหรับโอกาสที่จะให้กลับมาสมัครใหม่ปีหน้านั้น ตัวเองยังไม่มั่นใจเพราะเจอเหตุการณ์นี้ไม่รู้จะไปต่อยังไง สำหรับการประกวดของจบปีนี้และเวทีนี้ ปีที่เอมเป็นตัวของตัวเองจริงๆ เอมไม่รู้ว่าปีหน้าเอมจะแบกควาดคาดหวังหรือจะมีความรู้สึกอยากแข่งขัน ปีนี้เป็นปีแรกที่เราทำและอยากให้เป็นแค่ปีเดียว เพราะว่าเราใส่ไปหมดแล้วจริงๆ ทั้งความรู้ความสามารถภูมิปัญญาชีวิตทั้งหมด เฌอเอมกล่าว 



"สุดท้ายคงต้องพุดคุยกัน ถ้ามีเรื่องให้อภัยกันได้ แม้เอมเป็นเด็ก แต่เอมก็เป็นฝ่ายตรงข้ามของเขากรณีนี้ เพราะฉะนั้นไม่เป็นฝ่ายถือสาหาความ จะเป็นฝ่ายขอโทษกองก่อนกับความเข้าในผิดที่เกิดขึ้น เหมือนกับการที่เราชกหน้าคนคนหนึ่ง ถ้าเขาชกเรากลับคือการตีกันไปมาไม่สิ้นสุด การที่เราหยุดความรุนแรงได้มันต้องมีฝ่ายหนึ่งยอมให้อภัยก่อนเสมอ กับชื่อเสียงที่สูญเสียไปนั้น ตัวเองเริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย วันพรุ่งนี้หรือต่อให้ประกวดจนจบแล้วไม่ได้ตำแหน่ง วันรุ่งขึ้นตัวเองคือคนธรรมดาแล้วมันคือชีวิตเดิมของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียง ยอมรับว่าตอนนี้มีผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว มีหลายคนมาเมนต์ ด่าทอ ใช้คำพูดกระทบกระเทือนจิตใจคนรอบข้างของตัวเอง  ถ้าความผิดมันอยู่ที่เอมแล้วคุณคิดว่า ไม่ถูกต้องหรืออะไรก็ตาม อยากให้ลงกับเอมเสมอ ถ้าคุณคิดว่าเราทำมันคือความรับผิดชอบที่เราต้องรับมัน แต่ไม่ใช่ลงกับคนรอบตัวที่เอมรัก เอมไม่ค่อยได้คุยกับครอบครัว เพราะส่วนหนึ่งท่านจะเครียดมาก ต้องบอกว่าเอมเป็นลูกหลง ตลอดเวลาที่ทำงาน พ่อแม่ไม่ได้ช่วยดูแลตรงนี้ ท่านไม่เข้าในวงการบันเทิง เอมเลี้ยงตัวเองตลอด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้เอมขอความเอง และขอให้คนรอบตัวที่ไม่รู้อะไร" เฌอเอมกล่าวทั้งน้ำตา 

พร้อมกันนี้ได้ฝากขอบคุณแฟนๆ ที่เชียร์มาตลอด อยากให้จดจำเอมในฐานะคนธรรมดาที่เคยมีโอกาสได้สร้างแรงบันดาลให้กับใครหลายคน มันไม่ใช่ว่าเราไม่พิจารณาสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว แต่ถ้าเอมยังเดินหน้าทำอะไรต่อไปสักอย่าง ไม่ใช่ว่าเราอยากปฏิเสธอดีตหรือปัจจุบัน มันเป็นเพราะว่าสิ่งที่เราจะทำให้ทุกอย่างดีได้คือการที่เราสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ เพิ่มในอนาคต แล้วเราทำสิ่งที่ดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ แม้จะสิ้นสุดผู้เข้าประกวด แต่ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว จะขอใช้เสียงของเอมเป็นประโยชน์กับทุกคน แม้ว่าน้ำหนักของโลกทั้งใบจะลงมาบนบ่าของเอม แต่เอมจะทำต่อไปแม้มันจะทรมานและมันหายใจไม่ออก เอมอยากจะสู้แม้จะรู้ว่าไม่ได้อะไรเลย เฌอเอมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ



"เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อตัวเรามากเหลือเกิน เอมอยากจะสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่เพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นได้และไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้อีกแล้ว และอยากขอขอบคุณกองประกวดที่ให้โอกาสแถลงข่าวในวันนี้ เพราะว่าถ้าไม่มีคำตอบจากกองคงไม่กล้าทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เนื่องจากว่าเราไม่มีคู่สัญญา MOU ที่เซ็นอยู่กับตัว เมื่อได้รับการยืนยันถือว่ากองได้ให้โอกาสและให้ความเป็นธรรมกับเอมแล้ว ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะคนในกอง มีสื่อมากมาย และมีคนทั่วประเทศดูเราอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น หลังจากวันนี้มันคือการตัดสินของคนหมู่มาก และที่สำคัญมันเป็นการตัดสินของกาลเวลาและขอการเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วย" เฌอเอม กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 92