อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

เหตุผลที่ควรเชียร์'เกรซ' ใช่แค่สวยแต่เพื่อสังคมด้วยใจ!

"โฆษกกรมสุขภาพจิต" ขอเล่าเรื่องราวจากคนที่เคยต่อต้านนางงาม มองแค่ประกวดสวยงาม จนได้ทำโครงการร่วมกับ "เกรซ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019" เห็นการทำงานเพื่อคนอื่นด้วยหัวใจที่มากกว่าแค่ความสวย! ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 12.28 น.


ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับการประกวด "มิสเวิลด์2019" ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 14 ธ.ค. โดยในปีนี้มีตัวแทนสาวไทยคือ "เกรซ-นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ" มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 เข้าร่วมการประกวด 

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนั้นเอง ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. โลกออนไลน์ต่างแชร์เรื่องราวสุดประทับใจเกี่ยวกับ "เกรซ" เมื่อ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองผอ.สำนักวิชาการสุขภาพจิตและโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ผมเคยต่อต้านนางงามมาก่อน" พร้อมเล่าเรื่องราวของตนเองทีเคยเข้าใจว่าการประกวดนางเป็นเพียงการประกวดสวยงาม และด้วยการทำงานที่เป็นโฆษก จิตแพทย์ รู้สึกต่อต้านนางงาม "รู้สึกว่ามันเป็นการประกวดความสวยความงาม ในขณะที่ผมพยายามเน้นเรื่องคุณค่าที่อยู่ภายในของคนไข้ และให้มองข้ามสิ่งที่อยู่ภายนอกไปซะ การประกวดนางงามเลยออกจะ against ความเชื่อของผมด้วยซ้ำไป"



แต่ครั้งแรกที่ได้คุยกับทีมงานมิสไทยแลนด์เวิร์ลที่อยากให้ทางกรมสุขภาพจิตช่วยดูทิศทางโครงการ "Beauty with a purpose" ซึ่งเป็นแนวทางโครงการเพื่อสังคมของผู้ที่เข้าร่วมประกวด "มิสเวิร์ล" ซึ่งโครงการของ "น้องเกรซ" คือ โครงการด้านสุขภาพจิตอย่าง "Let me hear you" นั้นออกจะแหวกแนวจากโครงการอื่นๆที่ผ่านมา วันที่ต้องประชุมกับทีมกองประกวดและน้องเกรซ ผมตั้งธงไว้ในใจเลยว่า "ไม่เอานะ ถ้าผักชี" ผมกลัวมาก กลัวว่าเค้าเอาแค่ถายทำเป็นซีนๆเพื่อส่งประกวด อันนั้นผมขอบายแน่ๆ !! …ซึ่งทีมงานก็ยืนยันเสียงแข็ง แต่ผมก็ยังไม่สบายใจต้องหันไปถามน้องเกรซเพื่อความชัวร์ น้องเกรซกำลังนั่งก้มหน้าจดยิกๆๆในสิ่งที่ผมพูดจนเต็มแผ่นกระดาษ โดยน้องเกรซบอก "ไม่ได้คิดว่าทำแค่เพื่อประกวดเลยค่ะ หนูอยากทำโครงการนี้ต่อไปจริงๆค่ะ" โอเคครับน้อง ใจมันได้ ...ผมยังขู่ต่อไปอีกว่า "เราต้องใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มค่า มันต้องเกิดอีก 4-5 โครงการต่อยอด และทั้งทีมต้องลงพื้นที่กับผมด้วยนะ !" แต่นั่นแหละ ดูไม่มีใครมีท่าทีหวั่นเกรงงานหนักที่ผมคิดในหัวเลย กลับทำตาเป็นประกายปิ๊งๆ ใส่ผมอีก อีกทั้งยังบอกว่า "หนูไม่เหนื่อยเลยค่ะ สนุกมาก" ให้เธอพูดบนเวทีคนเดียว 9.55 นาที เธอก็พูด ทำได้ เอาอยู่ เกรซบอก "กดดันกว่านี้หนูก็ผ่านมาได้ค่ะ"



หลังจากนั้น เมื่อเกิดความสงสัยว่า "น้องเกรซ" เคยกดดันมากกว่านี้เพราะเรื่องอะไร จึงไปค้นหาข้อมูลจนทราบว่า "น้องผ่านการถูก bully มาโ-ตรหนักเลย เอาเป็นว่าโดนหนักกว่าคนไข้ที่ต้องมารักษากับผมเพราะถูก bully ซะอีก ...ความจริงนี้ทำให้ผมสะอึก...มองย้อนตัวเองกลับไปตอนนั้น ผมเองก็เคยต่อต้านนางงามเหมือนกันนี่หว่า ซึ่งมันก็พื้นฐานเรื่อง stereotyping, discrimination เหมือน bully นั่นแหละ" 

หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ที่ อ.วาริน ที่ยังต้องฟื้นฟูตัวเองจากอุทกภัย ภาพที่ผมเห็นน้องเกรซกางแขนกว้างให้คุณยายท่านนึง คุณยายมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนที่น้ำตาของยายจะไหลลงมาอาบตรงแก้มทั้งสองข้างและรับอ้อมกอดของน้องเกรซ ... "หนูมาให้กำลังใจคุณยายค่ะ" "ขอบคุณที่มานะหนู ยาย ดี ใจ"



ในใจผมตอนนั้นอยากเขกหัวตัวเองหนักๆ 3 ที กับการต่อต้านสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เข้าใจอย่างแท้จริงๆ ผมมองภาพที่เกิดขึ้นแล้วมองธงชาติไทยบนเสื้อกั๊ก MCATT (หน่วยวิกฤติสุขภาพจิต) ที่น้องใส่อยู่ ผมพูดกับตัวเองในใจว่า "เอ้อ ก็เหมาะแล้วจริงๆนั่นแหละ" สุดท้ายแล้ว เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับตัวผมเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Let me hear you การที่น้องได้นำเรื่องสุขภาพจิตที่น้องได้ลงมือทำจริงๆไปฉายให้คนทั่วโลกเห็นนั่นก็เป็นกำไรเหมือนที่น้องเคยพูด แต่ถ้าเราส่งกำลังใจให้น้องเกรซชิงมงฟ้ามาได้ เรื่องสุขภาพจิตไทยจะกลายเป็นเรื่องสุขภาพจิตโลกทันที

"เราทุกคนต่างสูญเสียเพื่อน สูญเสียครอบครัว ให้กับโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายมามากมาย สำหรับผมเรื่องนี้มันได้เลยขอบเขตของการประกวด Miss World ไปแล้ว เพราะนี่ คือการช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริง เชียร์เถอะครับ โหวตเถอะครับ พลังโหวตที่จะทำให้โลกมันดีขึ้น ผมรู้ว่า Mobstar มันโหวตยาก แต่เชื่อซิ ..ไม่มีอะไรเกินพลังใจคนไทยหรอก"...





ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Varoth Chotpitayasunondh



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 106