อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

''โรคเต้านมเทียม''ทำผมร่วง ปวดหัวหืดจับ

ความรู้เพื่อเฝ้าระวัง สำหรับผู้ผ่าตัดเสริมเต้านม อาจมีอาการผิดปกติทางร่างกายที่หาสาเหตุไม่เจอ ทางแก้ให้หมั่นสังเกตหรือผ่าตัดนำเต้านมเทียมออก จันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30 น.


สายสืบสุขภาพได้รับข้อมูลนี้มาจากการเปิดเผยในวงสนทนาระหว่างหมอกับคนไข้ที่ผ่าตัดนำเต้านมเทียมออกไป มีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านทรวงอก แพทย์ศัลยกรรม รวมทั้งคนไข้เป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงของสหรัฐอเมริกา หนึ่งในนั้นคือแองจี้ เอเวอร์ฮาร์ท นางแบบชาวอเมริกัน ที่ผ่าตัดเสริมเต้านมมา5ครั้ง ครั้งสุดท้ายเพื่อรักษามะเร็ง



เธอมีอาการปวดตัว ปวดบ่า ปวดไหล่ สมองตื้อ เคยหาหมอมากกว่า40คน แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ และไม่อยากเป็นมะเร็งรอบสองอีก จึงสงสัยว่าเป็นโรคเต้านมเทียมและต้องการรักษาด้วยผ่าตัด

อีกรายคือดาราเรียลลิตี้ อีเดน แซสซูน ที่ผ่าตัดนำเต้านมเทียมออกไปแล้วหลังเสริมหน้าอกมาหลายครั้งเช่นกัน ก่อนจะรู้ว่าเป็นโรคเต้านมเทียม เธอมีอาการปวดไหล่ ปวดคอ และสมองตื้อๆ เมื่อผ่าตัดแล้วอาการก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์



นอกจากนี้ คนไข้รายอื่นมีอาการแพ้อาหารอย่างหนัก ปวดหัว หืด ผมร่วง เวียนหัว ท้องอืด ผิวหนัง ตา อาการต่างๆก็หายราว 90 เปอร์เซ็นต์ หลังผ่าตัด ซึ่งทุกคนต่างประหลาดใจมาก

ส่วนหนึ่งที่ผู้ผ่าจัดเสริมเต้านมกังวลคือการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งดร.คริสตี้ ฟั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านทรวงอก และดร.ริตุ โชปรา ศัลยแพทย์เสริมความงาม บอกว่า การยืนยันของ FDA องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ถึงความเกี่ยวพันในการใช้เต้านมเทียมแบบผิวทราย ว่าส่งผลต่อการเป็นมะเร็งในต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง โดยพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ 573ราย ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่พบดังกล่าว ไม่ใช่มะเร็งเต้านม แต่เป็นมะเร็งที่เซลล์ภูมิคุ้มกัน ถ้าพบในระยะเริ่มต้นมักรักษาให้หายได้ และพบได้ในผู้ผ่าตัดเสริมเต้านมเทียมแบบผิวทรายในอัตรา1ต่อ2พันคน



ขณะที่โรคเต้านมเทียม( Bbreast implant illness)  เป็นกลุ่มอาการและยังไม่รู้จักกันอย่างเป็นทางการ แต่พอมีการเปิดเผยจากผู้ป่วยหลายราย ก็น่าจะทำให้โรคนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อาการก็จะมีตั้งแต่ อ่อนเพลีย ปวดข้อ ปวดตัว รู้สึกร่างกายไม่ปกติ และสำหรับผู้เสริมเต้านมเทียมแบบผิวทราย

ดร.ฟั้ง บอกว่า จะเกิดอาการอักเสบเรื้อรัง หรืออาจติดเชื้อแบคทีเรียได้จากผิวสัมผัสขรุขระของเต้านมเทียม โดยแนะนำให้สังเกตร่างกายตัวเองทุกสัปดาห์ ทั้งขนาดเต้านม ก้อน รูปทรง หรือผื่นแดง ถ้ามีอาการก็ให้พบแพทย์ หากใครไม่สบายใจและต้องการผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคลจะดีที่สุด

ดร.โชปรา บอกว่า ผู้ที่ผ่าตัดนำเต้านมเทียมออก หลายคนบอกว่ามีอาการดีขึ้นภายใน1ปี แต่มากไปกว่านั้นคือศัลยแพทย์ควรให้คำแนะนำที่ถูกต้องแท้จริงกับผู้ต้องการเสริมหน้าอกว่าการผ่าตัดอาจมีโอกาสติดเชื้อและเป็นโรคเต้านมเทียมได้ในอนาคต



แม้ความนิยมในการผ่าตัดเสริมเต้านมเป็นที่ยอมรับถึงความปลอดภัย แต่เมื่อผ่านเวลามาหลายสิบปีทำให้การเก็บข้อมูลในเรื่องนี้มีมากขึ้น ”โรคเต้านมเทียม” คืออีกโรคหนึ่งที่หลายคนหาสาเหตุไม่พบ จนกลายเป็นอาการเรื้อรัง สร้างผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

สุดท้ายที่ดร.โชปราแนะนำคือการผ่าตัดนำบางสิ่งเข้าร่างกายตัวเองอาจมีผลได้มากในผู้ที่มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันและอาจเป็นผลทำให้ผู้ผ่าตัดเสริมเต้านมบางรายมีอาการของโรคเต้านมเทียมนั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจากดร.คริสตี้ ฟั้งและดร.ริตุ โชปรา

สายสืบสุขภาพ :  ศศิวรรณ์ เลิศวิริยะประภา
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62