อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

'ผ้าไทย'ฝีมือภูมิปัญญาท้องถิ่น อวดสายตาชาวโลก

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดแสดงผลงานออกแบบคอลเลกชั่นล่าสุด “จากแดนไกล” คอลเลกชั่นผ้าไทยร่วมสมัยจาก แบรนด์ WISHARAWISH ศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 15.00 น.


โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล (Taproot Thai Textiles) โดย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข แฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงต้นทศวรรษที่ 2010 หลังผ่านงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากห้องเสื้อชั้นนำ Grey by Greyhound รวมไปถึงการคว้ารางวัลการประกวดออกแบบแฟชั่นหลายรายการทั้งในและต่างประเทศมาอย่างมากมาย



ผลงานของ วิชระวิชญ์ วางอยู่บนพื้นฐานของงานออกแบบแฟชั่นซึ่งคลี่คลายมาจากแนวคิดที่เป็นนามธรรม ปรัชญาความคิด และความรู้สึกที่ซับซ้อน ได้รับการตีความออกมาเป็นรูปธรรมผ่านชิ้นเสื้อที่เต็มไปด้วยเทคนิคมากมาย ที่ถูกอัดแน่นลงไปบนตัวเสื้อเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นเครื่องมือหลักของดีไซเนอร์ในการสื่อถึงความคิดที่อยู่เบื้องหลังการสร้างงานในแต่ละคอลเลกชั่น



ล่าสุดวิชระวิชญ์ได้รวบรวมนำผู้ประกอบการผ้า ไทยจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ มาจัดแสดงกลางเมืองให้ประชาชนทั่วไปได้ชมผลงานการออกแบบเสื้อผ้าไทย และจัดจำหน่ายผ้าคุณภาพดี ในราคาย่อมเยา ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันหลายหลากจากชุมชนห่างไกล ที่ยังคงสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น 7 ราย ด้วยกันคือ
1. แบรนด์ Jutatip จังหวัดขอนแก่น โดย จุฑาทิพย์ ไชยสุระ มีความโดดเด่นทางผ้าฝ้าย หรือผ้า cotton ถือว่าเป็นเส้นใยจากธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ ด้วยการทำจากฝีมือล้วนๆไม่ผ่านเครื่องจักรและสารเคมี
2. ผ้าไหมมัดหมี่ by นิดดา จังหวัดขอนแก่น โดย นิดดา ภูแล่นกี่ เดิมที่รู้จักกันในชื่อ “กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย” มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของสตรีในหมู่บ้านหัวฝาย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เป็นกลุ่มอาชีพทอผ้ากลุ่มหนึ่งที่ได้ก่อตั้งมานาน ที่มีการผลิตผ้าไหมแบบครบวงจร เริ่มต้นตั้งแต่การเลี้ยงไหม การสาวไหม การมัดย้อม จนถึงการทอผ้าไหมให้สำเร็จเป็นชิ้นงาน นอกจากนี้บ้านหัวฝายยังมีลายผ้าไหมมัดหมี่อันเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน เรียกว่า “ลายฟ้องน้ำหัวฝาย” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นลายที่มีความละเอียดงดงามเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากลายผ้าของที่อื่นอย่างชัดเจน
3. กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุโข จังหวัดขอนแก่น โดย ทวี สุโข กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุโข บ้านดอนข่า ตำบลชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น กับจำนวนสมาชิกตั้งแต่ก่อตั้งเพียงเพียง 28 คน ผ่านการคัดสรรคุณภาพจนได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้า OTOP ในระดับ 5 ดาว และมีชื่อเสียงอย่างมากจาก ไหมมัดหมี่ นั่นเอง



4. Cotton Farm จังหวัดเชียงใหม่ โดย เปรมฤดี กุลสุ ที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการผ้าฝ้ายมามากกว่า 20 ปี จนนำไปสู่แนวคิดการสร้างผ้าฝ้ายเนื้อบาง ที่มีความเหมาะสมกับการสวมใส่ในภูมิอากาศที่ร้อนชื้นอย่างประเทศไทยและยังมอบงานให้ชาวบ้านผู้ทอผ้าว่าจะสามารถสร้างงานทอผ้าให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ในอนาคต
5. เรือนไหมใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ โดย ทัศนีย์ สุรินทรานนท์ ถือเป็นผ้าไหมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุรินทร์ และเป็นตัวแทนของผ้าทอไทยที่ได้รับความสนใจจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 กิจการผ้าไทย เข้าร่วมกับโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล (Taproot Thai Textiles) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม



6. อิมปานิ จังหวัดราชบุรี โดย เอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์ ที่มีชื่อเสียงจาการทำ ผ้าขาวม้าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทย ซึ่งคุณเอกสิทธิ์ได้ เติบโตมากับกิจการทอผ้าขาวม้าของครอบครัวที่มีอายุของกิจการยาวนานกว่า 40 ปี ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยของคุณปู่ตกทอดสู่คุณพ่อ และในปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของคุณเอก จากการทอผ้าด้วยกี่กระตุกรุ่นคุณปู่ สู่การใช้เครื่องจักรในรุ่นคุณพ่อ และการต้องเผชิญกับความเสื่อมถอยต่อความนิยมในผ้าขาวม้าในรุ่นของคุณเอก แต่ก็ยังคงรักษาคุณภาพของผ้าขาวม้าของแบรนด์ตัวเองได้อย่างดี


7. บาติก เดอ นารา จังหวัดปัตตานี โดย รอวียะ หะยียามา ที่มีชื่อเสียงจาก ผ้าบาติก จนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล (Taproot Thai Textiles) จึงเป็นความภาคภูมิใจของรอวียะเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้ใช้ตัดเย็บในงาน Amazon Fashion Week ณ กรุงโตเกียว เป็นผ้าที่ใช้ความง่ายและงดงามตามแบบฉบับของบาติก เดอ นารา เนื้อผ้าพลิ้วไหว เหมาะสมกับการใช้สวมใส่ ยังคงใช้เทคนิคการเขียนผ้าด้วยมือทั้งผืน ที่ปัจจุบันแทบจะหายากมีแต่ใช้เครื่องจักรในการผลิตทั้งนั้น

อย่าพลาด....กับการชมผลงานการแสดงการออกแบบคอลเลกชั่น“จากแดนไกล”ที่รวบรวมผ้าไทยจากผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีคุณภาพและชื่อเสียงระดับโลก จากทั่วประเทศไทยมาให้ชมอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเป็นสิ่งที่ควรช่วยกันอนุรักษ์รักษาไว้ให้เป็นมรดกของชาติสืบไป ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 26 พ.ค. 2562 ณ บริเวณ โซน บีคอน 3 และ 4 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 111