อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

ขับรถเที่ยวแบบวิถีใหม่ เปลี่ยนเส้นทางแต่จุดหมายเดิม

การท่องเที่ยวในยุค New Normal กับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ตามนโยบายของ นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการขับรถเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม จันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.00 น.


วันนี้อยากไปเชียงใหม่ น่าน ภูเก็ต หรือกระบี่ แค่กดเข้าเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นจองตั๋วเครื่องบิน เก็บกระเป๋าไปสนามบิน แล้วอีกชั่วโมงก็จะถึงจังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจ แต่อาจจะไม่ได้ดูได้เห็นเลยว่าระหว่างทางที่เครื่องพาบินข้ามมานั้น มีเรื่องราวอะไรที่อาจพลาดไปอย่างไม่ตั้งใจบ้าง

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลของการท่องเที่ยวในยุค New Normal กับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ตามนโยบายของ นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการขับรถเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม และห้วงเวลาที่ลมหนาวกำลังพัดมาทักทายถือเป็นจังหวะเหมาะที่จะพากัน “ออกไปช่วยเมืองไทย ออกไปเที่ยวเมืองไทย”

หนึ่งในเส้นทางบรรยากาศดี มีอะไรให้นั่งมองนั่งชมไปเรื่อย ๆ ระหว่างมุ่งหน้าสู่จุดหมายคือ ทางหลวงหมายเลข 211 จากจังหวัดหนองคาย มุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย แถมต่อด้วยการเลยตามชื่อจังหวัดไปถึง ท่าลี่ ภูเรือ





มาถึงหนองคายแล้วต้องไปสักการะ “หลวงพ่อพระใส” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวหนองคายนับถือ ณ วัดโพธิ์ชัย ก่อนจะไปชมวิวริมแม่น้ำโขงที่อยู่ใกล้กัน นึกอยากหาของอร่อยพร้อมรับลมริมแม่น้ำห้ามพลาดกับ “แดงแหนมเนือง” ยามเย็นไปชมพระอาทิตย์ตกที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แถวหาดจอมมณี หากโชคดีมาช่วงน้ำลงจะได้เห็นพระธาตุกลางน้ำที่เป็นตำนานของเมืองบาดาลแห่งหนองคายด้วย

จากหนองคายมุ่งหน้าสู่เลยตามเส้นทาง 211 จะพบกับหมู่บ้านยาสูบ อ.ท่าบ่อ แวะชมไร่ยาสูบตามแนวริมฝั่งโขงที่มีภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง เข้าสู่ อ.ศรีเชียงใหม่ แวะวัดหินหมากเป้ง นมัสการรูปเหมือนหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี พระราชนิโรธรังสีฯ ก่อนจะไปต่อที่วัดผาตากเสื้อ ใน อ.สังคม ที่มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงทั้งแบบดั้งเดิมที่ริมผาและของใหม่อย่างสกายวอล์ก หรือจะแวะชมพันโขดแสนไคร้ โขดหินที่มีต้นไคร้รอบ ๆ เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำโขงที่มีต้นไคร้อยู่รอบ ๆ หนองปลาบึก จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ภูห้วยอีสัน และภูหนองจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่สวยที่สุดในหนองคาย



หรือจะแวะแก่งคุดคู้ ก่อนเข้าสู่ อ.เชียงคาน แวะพักโฮมสเตย์ริมแม่น้ำโขงแล้วไปดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูทอก ก่อนไปต่อที่ อ.ท่าลี่ ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี สักการะพระธาตุสัจจะ วัดลาดปู่ทรงธรรม แล้วอำลาแม่น้ำโขงด้วยการขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นที่ภูเรือ

เปลี่ยนบรรยากาศมาเลาะเลียบโขงทางฝั่งอีสานใต้ เริ่มต้นที่อุบลราชธานี ณ อ.โขงเจียม ดินแดนแม่น้ำสองสี แวะสักการะสังขารที่ไม่เปื่อยของหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร ณ ผาชะนะได แล้วไปแอ๊คชั่นกับเสาเฉลียง มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ จากนั้นไปสัมผัสแม่น้ำโขงแบบใกล้ชิดที่สามพันโบก ระหว่างทางแอบฟินกับอุโมงค์ต้นไม้ของเส้นทางโขงเจียม-โพธิ์ไทร



มุ่งหน้าต่อไปที่ อ.เขมราฐ จ.อำนาจเจริญ อำเภอเดียวในจังหวัดที่ติดแม่น้ำโขง อำเภอเล็ก ๆ กับบรรยากาศย้อนยุค จากนั้นมุ่งหน้าสู่ จ.มุกดาหาร แวะชมแหล่งธรณีวิทยาชื่อแปลก หอยสมัยหิน อายุกว่า 27 ล้านปี แล้วค่อยไปชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 จากนั้นต่อไป จ.นครพนม สักการะพระธาตุพนม เยี่ยมจวนผู้ว่าฯ หลังเก่า เดินเล่นถนนคนเดินริมน้ำโขงยามค่ำคืน หรือจะปั่นจักรยานเลาะเลียบริมโขง ก่อนกลับอย่าลืมแวะไปสักการะพระธาตุเรณู ที่ อ.เรณูนคร ด้วย

จากอีสานข้ามไปฝั่งภาคเหนือ กับเส้นทางลอยฟ้าแห่งเมืองน่าน ด้วยความที่ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน จึงทำให้น่านมีถนนลอยฟ้าแบบที่เชื้อชวนให้ไปขับรถแหวกทะเลหมอกยามเช้าหลายเส้นทาง ตั้งแต่เส้นทางจาก อ.สันติสุข ไปยัง อ.บ่อเกลือ หรือจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีอุทยานแห่งชาติดอยภูคาอยู่ระหว่างทาง บอกเลยว่าห้ามพลาดจุดชมวิว 1715 โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ก่อนจะไปถึงปลายทางที่ อ.บ่อเกลือ เพื่อเยี่ยมชมบ่อเกลือโบราณ

น่านยังมีถนนลอยฟ้าอีกเส้นทางที่เชื่อมต่อกับ จ.พะเยา อย่างถนนหมายเลข 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) อีกเส้นทางที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงาม ไม่ใช่เพียงแค่ความคดเคี้ยวแต่ยังเป็นทางเขาสูงชัน โดยบางช่วงตัดอยู่บนสันเขาทำให้มองเห็นวิวสองข้างทางที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนได้อย่างใกล้ชิด





นอกจากเส้นทางขับรถชมวิวแล้ว การได้ไปนั่งจิบกาแฟท่ามกลางอากาศหนาวเย็น โดยมีวิวของดอยหลวงเชียงดาวเป็นภาพเบื้องหน้า อารมณ์เดียวกับการไปตามหาฟูจิซังจากมุมไกล ๆ พร้อมกับได้สัมผัสกับวิถีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบดอยหลวงเชียงดาวไปด้วย

“ชุมชนดอยหลวงเชียงดาว” เป็นหนึ่งในการเที่ยวในคอนเซปต์ที่ว่า โดยเป็นการรวมตัวของชุมชนที่อยู่เชิงเขาของดอยหลวงเชียงดาว 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านถ้ำเชียงดาว หนึ่งในชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยวบนดอยหลวงเชียงดาวด้วย บ้านนาเลา ชนเผ่าลีซูที่มีการจัดทำที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์หลายแห่ง และสามารถชมวิวได้อย่างใกล้ชิดแบบที่มักถูกเรียกว่า ที่พักหลักร้อยกับวิวหลักล้าน และบ้านหัวทุ่ง ชุมชนที่แยกมาจากบ้านทุ่งละคร มีอาชีพหลักในการปลูกข้าว ถั่วเหลือง ข้าวโพด มันฝรั่ง อาชีพรองคือการนำเที่ยว

บ้านเมืองคอง เป็นอีกชุมชนที่อยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา ด้านหลังของดอยหลวงเชียงดาว มีแม่น้ำคอง ลำน้ำสายเล็ก ๆ ไหลผ่านทั่วหมู่บ้าน ขณะที่สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ บนดอยแม่ตะมาน ในพื้นที่ของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวมักนิยมมากางเต็นท์นอนดูดอยหลวงเชียงดาวที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า ส่วนดอยค้ำฟ้า ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย นอกจากจะมีวิวทิวเขาสลับซับซ้อนของดอยหลวงเชียงดาวแล้ว ยังมีทะเลหมอกให้ชมด้วย หรือจะไปกางเต็นท์ที่ชุมชนบ้านใหม่สามัคคี เพราะหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว นาข้าวจะกลายเป็นลานกางเต็นท์และจุดตั้งแคมป์ รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสความสวยงามของดอยหลวงเชียงดาวโดยเฉพาะ

ออกไปช่วยเมืองไทย ออกไปเที่ยวเมืองไทย ด้วยการท่องเที่ยววิถีใหม่ด้วยกัน แม้เส้นทางจะแตกต่างแต่จุดหมายปลายทางยังไม่เปลี่ยนแปลง สอบถามเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ เพื่อนร่วมทาง 1672.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62