อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

"ภูเก็ต" เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร

เมื่อพูดถึงภูเก็ตหลายคนก็คงนึกถึงทะเล ชายหาดขาวๆ น้ำใสๆ บรรยากาศดีๆกับรีสอร์ทสุดหรู แต่ภูเก็ตไม่ได้มีดีเท่านี้ อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย คือ อาหาร ที่ใครได้ลิ้มลองรับรองว่าต้องติดใจแน่นอน อังคารที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 14.06 น.


หมูฮ้อง น้ำพริกกุ้งเสียบ โลบะ โอต้าว โอ๊ะเอ๋ว หมี่หุ้น หมี่สั่ว จนถึงเต้าซ้อ ที่บรรดานักท่องเที่ยวคุ้นเคยเพราะต้องติดไม้ติดมือเป็นของฝาก ข้ามไปถึงเมนูอาหารทะเลสด ๆ ที่ปรุงได้หลากหลายทั้งในสไตล์ไทย จีน ฝรั่ง ทั้งหมดที่เอ่ยถึงนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาหารคาวหวานหลายหลากที่เกาะอย่าง “ภูเก็ต” มีอยู่



ด้วยความที่เป็นเกาะซึ่งผสมผสานผู้คนและวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทำให้ไข่มุกอันดามันแห่งนี้ไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวย รวมถึงแสงสียามค่ำคืน แต่ยังมีอาหารเป็นอีกสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาเพื่อลิ้มลองเมนูสูตรต้นตำรับ และไม่น่าแปลกใจที่ภูเก็ตจะได้รับตำแหน่ง “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” (Creative City of Gastronomy) จากองค์การยูเนสโกด้วย



นางนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นราวปี พ.ศ.2555 เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ชักจูงให้ภูเก็ตเสนอตัวเป็นเมืองในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในด้านอาหาร โครงการนี้ยูเนสโกได้นำเสนอมาประมาณ 10 ปีแล้ว จึงมีการตั้งทีมขึ้นมาศึกษาวิจัยเพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอ แต่เนื่องจากทางยูเนสโกมีการชะลอโครงการ ก่อนจะได้มีการนำเสนออีกครั้งในปี พ.ศ.2558 และได้รับการอนุมัติให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ประเภทของเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก โดยภูเก็ตเป็น 1 ใน 18 เมืองทั่วโลกที่ได้รับการอนุมัติในด้านนี้



“การที่จะได้เป็นเมืองสร้างสรรค์ต้องมีหลายปัจจัยแห่งความพร้อม หลัก ๆ คือต้องรู้ก่อนว่าอะไรคืออัตลักษณ์ของเรา ซึ่งก็คือสิ่งที่เรามีอยู่เป็นอาหารประจำท้องถิ่นทั้งหลาย ภูเก็ตเราเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรม มีอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีนปนไทย ผสมของมลายู อาหารของชาวมุสลิม ฮินดู รวมทั้งอาหารที่เข้ามากับกลุ่มชาวต่างชาติที่มาอาศัยซึ่งหลายอย่างมีชื่อเสียง เช่น อาหารยุโรป อาหารอินเดีย เหล่านี้เข้าข่ายการเป็น Traditional Food ในภูเก็ต”



ไม่เพียงเท่านั้น Traditional Food ได้รับการนำมาขยายต่อเป็นนวัตกรรมใหม่ ทั้งในด้านของบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารูปลักษณ์ การนำอาหารถิ่นได้รับการนำเสนอใหม่โดยยกระดับให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้นในภัตตาคาร โรงแรม 5 ดาว หรือการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ



นอกจากนี้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารอยู่หลายเรื่องที่มาช่วยสนับสนุนประเด็นการอยู่ร่วมกันระหว่างสังคมและธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งพบว่าภูเก็ตเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและหาที่อื่นไม่ได้ เช่น จักจั่นทะเล นมแพะ หรือแม้แต่อาหารทะเลต่าง ๆ ในภูเก็ต หากมีอนุรักษ์ที่ดี ๆ ก็จะคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและพร้อมเป็นแหล่งอาหารได้อย่าง เช่น สับปะรดภูเก็ต ที่เป็นพืช GI ของภูเก็ต นอกจากทุนทางธรรมชาติแล้วยังมีทุนทางสังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำอาหารไปเซ่นไหว้ บวงสรวง หรือประกอบในประเพณีต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าอาหารของคนภูเก็ตถูกหล่อหลอมไปกับวิถีชีวิตของคนภูเก็ต ทำให้ภูเก็ตมีเสน่ห์ทางด้านวัฒนธรรมอาหาร และก้าวสู่การเป็นครัวโลกอย่างแท้จริง



“การที่เราได้รับการรับรองจากยูเนสโกในด้านนี้จะส่งผลดีกับจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นคือภาพลักษณ์ของภูเก็ตจะกลายเป็นครัวโลกอย่างแท้จริง แล้วเราจะนำภาพลักษณ์เหล่านี้ไปทำให้เกิดการกินดีอยู่ดี เพิ่มศักยภาพของคนในท้องถิ่นได้อย่างไร ดังนั้นเราต้องผสมผสานเรื่องอาหารเข้าไปในวงจรธุรกิจการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ยกระดับ Food Tourism ขับเคลื่อนผลักดันจากทั้งจังหวัดทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ขั้นต่อไปที่ใหญ่กว่าการเป็น Food Tourism คือ Food Industry ซึ่งภูเก็ตเรามีโรงงานอาหารอยู่ไม่น้อย เช่น โรงงานเส้นหมี่ โรงงานผลิตซอสถั่วเหลือง ซึ่งถ้าเราวางแผนต่อยอดให้ดีสิ่งเหล่านี้จะสร้างงาน สร้างรายได้มหาศาลให้คนในท้องถิ่นต่อไป”

แล้วชาวภูเก็ตจะมีส่วนร่วมอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนไปด้วยกัน



“บริบทการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร คือไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องไม่ทิ้งรากฐานทางสังคมดั้งเดิมของเรา คนภูเก็ตแค่ร่วมมือกันอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณี สืบสานอาหารดั้งเดิมไว้รวมทั้งส่งผ่านไปสู่ลูกหลาน ให้อาหารท้องถิ่นยังคงความนิยมในรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา ในขณะที่มีอาหารชาติอื่น ๆ เข้ามาผสมปะปนในบ้านเรามากขึ้น เราก็ไม่ปิดกั้น แต่ควรให้ลูกหลานคนภูเก็ตได้รู้จักรสชาติดั้งเดิมของอาหารท้องถิ่น ถ้าเราขาดการสืบสานค่านิยมทางอาหาร ไม่มีการส่งต่อเราจะไม่สามารถคงความเป็น Gastronomy ของเราไว้ได้ อยากให้คนภูเก็ตอย่างน้อย ๆ ลองกลับไปหาคนเฒ่าคนแก่ในบ้านของตัวเอง ไปไต่ถาม ไปชิม ไปเรียนรู้ฝึกฝนการปรุงอาหารตามสูตรในครอบครัวของเรา หาอัตลักษณ์ของตัวเองให้ได้ ก็จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืน”




หากอยากลิ้มลองความอร่อยและหลากหลายของอาหารภูเก็ตแบบมาที่เดียวครบทุกอย่าง ต้องไปที่งาน “Amazing Thai Taste @Phuket #Local Food” วันที่ 12-13 ก.ย. 63 นี้ ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร) จ.ภูเก็ต





 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 113