อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

ร.10 เสด็จฯทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง นับเป็นครั้งแรกในรัชกาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่น เสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 20.00 น.

เมื่อเวลา 14.35 น.วันที่ 28 พ.ย.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะข้าราชการ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ต่อจากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ  



ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง นายไพบูลย์  โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมข้าราชการ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเทียนชนวน จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดเทียนชนวนที่โคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดแก่ นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นำไปสักการะพระพุทธจอมไตร ณ วัดจอมไตร ตำบลนาโยงเหนือ อำเภอ เมืองตรัง จังหวัดตรัง เพื่อเป็นพุทธบูชา เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลหลักเมืองพัทลุง ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 



ต่อมาเวลา 18.04 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง  พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะข้าราชการ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายฉัตรชัย  พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางปราณี  รัตนประยูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร และหนังสือที่ระลึก ต่อจากนั้น พลเอก อนุพงษ์  เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ และความเป็นมาของศาลหลักเมืองพัทลุง 



จากนั้น ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นยันต์ ทรงม้วนแผ่นยันต์ แล้วสวมแหวนนพรัตน์ที่ม้วนยันต์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้น พระราชทานแผ่นยันต์ที่จะบรรจุหัวเม็ดทรงมัณฑ์ คืนเจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญไปยังศาลหลักเมืองแล้ว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังศาลหลักเมืองพัทลุง ทรงบรรจุแผ่นยันต์ที่หัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทรงสวมยอดหัวเม็ดทรงมัณฑ์ที่ยอดเสาศาลหลักเมือง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะ ศาลหลักเมืองพัทลุง ทรงกราบ จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทรงปลูกต้นพะยอมแล้ว  เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวาย อนุโมทนา ถวายอดิเรก เสร็จแล้ว  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกู้เกียรติ  วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณในการบูรณะซ่อมแซมศาลหลักเมืองพัทลุง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์



ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุงในวันนี้ นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินมาจังหวัดพัทลุงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมือง เป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง  ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง  เช่น โคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ  ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล  หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง ครั้งสุดท้าย เมื่อพุทธศักราช 2466 ย้ายมาอยู่ที่ตำบล
คูหาสวรรค์  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด 



ต่อมา เมื่อพุทธศักราช 2553 ชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ 2 ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต โดยให้ รองศาสตราจารย์ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้าง



ศาลหลักเมืองมีความสำคัญตามประเพณีโบราณ  นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ  เป็นนิมิตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน  หลักเมืองอยู่ที่ไหน  ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข  เพราะมีเทพรักษาเมือง  ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย  หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง.