อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

"โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์" โมเดลต้นแบบแหล่งอาหารเตรียมพาช้างคืนสู่ป่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ต่อยอดแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 จัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่าอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล พุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 11.04 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ด้วยทรงมีพระบรมราโชบายในการอนุรักษ์ป่าและช้างรวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ตลอดจนทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่า และการอนุรักษ์ช้างไทยซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน



หนึ่งในภารกิจสำคัญของ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” อันเป็นโครงการป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว คือการฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ให้เพียงพอในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนำช้างกลับเข้าสู่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง โดยใช้ความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่ายในการนำช้างกลับเข้าสู่ป่า ไม่ว่าจะเป็นชุมชน จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาช่วยกันฟื้นฟูพัฒนาแหล่งอาหารของช้างให้มีความอุดมสมบูรณ์

ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาของการก่อตั้งโครงการฯ ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาแหล่งอาหารของช้างให้อุดมสมบูรณ์เพื่อเป็นจุดพักช้างได้อาศัย ไม่เข้าไปสร้างความเสียหายยังพื้นที่การเกษตร และที่พักอาศัยของชาวบ้าน ภารกิจแรกของการดำเนินการช่วยเหลือช้างให้กลับคืนสู่ป่าให้ได้มากที่สุดคือ การสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จัดทำแหล่งน้ำ 4 แห่ง ฝายชะลอน้ำ 7 แห่ง โป่งเทียม 73 โป่ง ปรับปรุงทุ่งหญ้า 20 ไร่ เพื่อเพาะชำกล้าไม้ที่เป็นพืชอาหารช้างกว่า 6,000 กล้า ซึ่งมีการทดลองปลูกหญ้าที่ช้างชอบ อาทิ หญ้ารูซี่ หญ้ากินนีสีม่วง และหญ้าเนเปียร์ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในฐานะองค์ประธานคณะกรรมการฯ เสด็จฯ ทรงหว่านหญ้าและทำโป่งเทียม



นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอีกหลายแห่ง เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งอาหารของช้าง อาทิ การจัดทำแปลงหญ้า 250 ไร่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เดิมประสบปัญหาวัชพืชหลายชนิดคลุมพื้นที่ หลังขุดรากถอนโคนจึงลงมือช่วยกันปลูกต้นหญ้ารูซี่หรือหญ้าธัญญา ปัจจุบันมีจำนวนน้อยเนื่องจากความแห้งแล้งและสัตว์เล็มกินหมดก่อนโตพอให้ช้าง รวมถึงการสร้างโป่งเทียมขึ้นมาใหม่ในจุดที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการดูแลรักษาโป่งเทียมเดิมที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีอาหารสมบูรณ์จึงมีการจัดหาพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้ช้างลงมาใช้ประโยชน์ รวมถึงสร้างฝายบริเวณลำห้วยเดิมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้น ผ่านมาแล้ว 1 ปี บนพื้นที่แห่งน้ำพระราชหฤทัยแปลงหญ้า แหล่งน้ำ และแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ที่ทุกภาคส่วนผสานกำลังช่วยกันอย่างแข็งขัน ได้ชูช่อสร้างความเขียวขจีเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าและสัตว์ป่าทั่วไปได้อาศัยเป็นที่พักพิง เปรียบดังน้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชรที่แท้จริง



นายพรชัย วนัสรุจน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เล่าว่า ทุกวันนี้แปลงหญ้าเขาชะเมา-เขาวง สามารถลดอัตราประชากรช้างป่าที่จะออกไปหากินในพื้นที่ชุมชนและสวนของชาวบ้านได้จำนวนหนึ่ง เพราะแปลงหญ้าแห่งนี้มีช้างป่าที่ลงมาหากินจากแก่งหางแมวมาแวะพักอาศัยกินอาหารมากถึง 16 ตัว และใช้เวลาพักอยู่บริเวณนี้นาน 1 สัปดาห์ เป็นการตรึงไม่ให้ช้างออกไปรบกวนชุมชนและเมื่อช้างมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ในป่าแล้วก็จะกลับคืนสู่ป่าไปในที่สุด การพัฒนาแหล่งอาหารของช้างถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง อันนำไปสู่การปรับปรุงพื้นที่ป่าให้มีความเหมาะสมเพื่อให้สัตว์ป่าได้มีแหล่งอาหารและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และลดความขัดแย้งกับชุมชน ทำให้คนในชุมชนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล.