อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562

เตรียมพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี เสด็จถวายผ้าพระกฐิน

"พล.อ.ลือชัย" แถลงเตรียมความพร้อม การจัดขบวนเรือในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 24 ต.ค.นี้ ศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 19.45 น.

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่  5 ก.ค.ที่ห้องรับรองชั้น 2 อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นประธานในการแถลงข่าว “การเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” โดยมี พลเรือเอกสมหมาย วงษ์จันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ, พลเรือโทจงกล มีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนพระราชพิธี, พลตำรวจโท สุทิน  ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, นางสาวพรทิพย์  อุดมเวทยนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเฉลิมพระเกียรตสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนางประนอม  คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร ร่วมแถลงข่าว

ภายในงานแถลงข่าวกองทัพเรือได้นำกำลังพลประจำเรือพระราชพิธีสวมเครื่องแต่งกายกำลังพลประจำเรือต่างๆ ในขบวนเรือพระราชพิธีฯ อาทิ พระที่นั่งสุพรรณหงส์ (ฟ้า), คู่ฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ (แดง), ชุดเรือรูปสัตว์ (ม่วงลาย) ,ชุดเรือพิฆาต (แดง ไม่มีดาบ), ชุดเรือแทรง (ขาว) มาแสดงเป็นตัวอย่างพร้อมทั้งสาธิตการเห่เรือ

ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562  กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบภารกิจในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ถือเป็นราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลได้มอบหมายภารกิจให้กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มี ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น ประธานอนุกรรมการ และมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการ เช่น กรมศิลปากร กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานราชการในพระองค์เป็นที่ปรึกษาและอนุกรรมการ คอยให้คําปรึกษาและข้อแนะนําการปฏิบัติต่าง ๆ ให้แก่คณะอนุกรรมการ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ทั้งนี้กองทัพเรือเตรียมการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทว่าบางสิ่งบางอย่างที่เตรียมหายไป อาทิ กองกำลังพลประจำเรือปลดประจำการไปหลายนาย และบางส่วนย้ายหน่วยงานจึงมีการรวบรวมกำลังพลใหม่ การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ได้จัดเตรียมเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น จํานวน 52 ลํา โดยมีเรือพระที่นั่งสําคัญมี 4 ลำ ได้แก่  เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้ ยังมีเรือพระราชพิธีอื่นด้วยเช่น เรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซง เป็นต้น

"เรือในพระราชพิธีบางลำมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 อายุกว่า 100 ปี โดยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นลำใหม่สุดมีอายุ 23 ปี การเก็บรักษาด้วยการขึ้นคาบนบก หลังจากขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งล่าสุด ปี 2555 นับเป็นเวลา 7 ปี ที่ไม่ได้ลงน้ำจึงมีการบิดเบี้ยวบางตามกาลเวลาเพราะเรือสร้างจากไม้" ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าว

การนี้กองทัพเรือจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการซ่อมทําบูรณะเรือพระราชพิธี โดยแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนการซ่อมตัวเรืออยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ โดย กรมอู่ทหารเรือ และส่วนการตกแต่งตัวเรืออยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ปัจจุบันได้ดำเนินการซ่อมบูรณะเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำอยู่ในสภาพพร้อมที่เข้าร่วมพระราชพิธีฯ ในครั้งนี้ ซึ่งในวันที่ 11 ก.ค.62 จะได้ดำเนินการประกอบพิธีบวงสรวงเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ จำนวน 14 ลำ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และโรงเรือพระราชพิธีท่าวาสุกรี จากนั้นวันที่ 12 - 23 ก.ค.62 จะเชิญเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ลงน้ำ และลากจูงเรือเข้าเก็บที่อู่ทหารเรือธนบุรี เพื่อเตรียมงานพระราชพิธี โดยใช้กำลังพลประจำเรือพระราชพิธีจำนวน 2,200 นาย ส่วนใหญ่เป็นกำลังพลที่ไม่เคยเป็นกำลังพลประจำเรือพระราชพิธีมาก่อน และได้ฝึกซ้อมต่อเนื่อง ปัจจุบันได้รับการฝึกความคุ้นเคยกับเรือภายในหน่วยเสร็จสิ้นแล้วต่อไปเป็นการฝึกซ้อมในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นไป



"นับเป็นบุญของพวกเราเหล่าทหารเรือ ที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้จัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคถวายพระเกียรติท่านในครั้งนี้ และต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้มอบภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้แก่กองทัพเรือ ผมพูดแทนกำลังพลทุกนายของกองทัพเรือด้วยเลยว่า ทุกคนมีความภาคภูมิใจ จะทำให้ดีที่สุดให้ความเรียบร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและเทิดทูนยิ่งของ ประชาชนชาวไทยทุกคน ที่สำคัญคือจะเหน็ดเหนื่อยยากประการใด กำลังพลทุกคนไม่เคยท้อแท้ มีอย่างเดียวคือต้องทำเพื่อสถาบันที่รักยิ่งของเรา ที่ทุกคนเทิดไว้เหนือเกล้า สุดท้ายคือ อยากเชิญชวนประชาชนอีกครั้งหนึ่ง จงมาร่วมกันชื่นชมพระบารมี ชื่นชมความสวยงาม ชื่นชมอารยธรรมอันเก่าแก่ของประเทศไทย ขอย้ำว่า ไม่มีชาติใดในโลกเหมือนเราอีกแล้ว ขอเชิญชวนเยาวชนรุ่นใหม่จงมาศึกษาหาความรู้และจงภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยตั้งแต่ครั้งอดีตว่าประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกนี้ แรงบันดาลใจของลูกหลานเยาวชนจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้​สำหรับกำหนดการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่วันใดบ้างจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบในโอกาสต่อไปครับ" ผู้บัญชาการทหารเรือ

กําหนดการซักซ้อมในแม่น้ำเจ้าพระยา ตามแผนการซ้อม จํานวน 10 ครั้ง แบ่งเป็นการซ้อมย่อย จํานวน 8 ครั้ง และซ้อมใหญ่ จํานวน 2 ครั้ง เป็นการซ้อมเสมือนจริง เพื่อให้มีความพร้อมที่ปฏิบัติงานในวันพระราชพิธีฯกำหนดเป็นช่วงบ่ายของวันที่ 24 ต.ค.62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ประทับบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดําเนิน ที่ได้เตรียมไว้เป็นเส้นทางเดียวกับที่เคยใช้มาตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เส้นทางจากท่าวาสุกรี ถึง วัดอรุณราชวราราม ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร



สำหรับการจัดโดยจัดรูปขบวนเรือ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้ 1.ริ้วสายกลาง ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ เป็นเรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอก และเรือตำรวจใน  2.ริ้วสายใน ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินลหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก 3.ริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้ง และเรือแซง สายละ 14 ลำ รวมทั้งสิ้น 52 ลำ

ด้านบทเห่เรือได้ประพันธ์ใหม่ จำนวน 3 องก์ โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ศิลปินแห่งชาติ ส่วน นาวาเอกณัฏวัฒน์ อร่ามเกลื้อ เป็นผู้เห่เรือ สำหรับเครื่องแต่งกายฝีพายตัดเย็บโดยสำนักพระราชวัง ยึดถือรูปแบบเดิมตามโบราณราชประเพณี ในการนี้ เป็นเครื่องแบบที่มีในคลังและตัดเย็บเพิ่มเติมให้กำลังพลด้วย เฉพาะเครื่องแต่งกายฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จัดสร้างใหม่ทั้งหมด