อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562

ซักซ้อมใหญ่ริ้วขบวน พระบรมราชอิสริยยศฯครั้งที่2

ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ 3 ในสถานที่จริง เป็นครั้งที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ระยะทาง 6.77 กิโลเมตร อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 21.35 น.


เมื่อเวลา 13.14 น.วันที่ 21 เม.ย. ที่อาคารสวนเจ้าเชตุ ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนสนามไชย กรุงเทพฯ กองอำนวยการจัดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ได้จัดประชุมกองอำนวยการโดยมี พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานการประชุม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กองทัพภาคที่ 1 กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการซักซ้อมริ้วขบวนขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสรุปว่า จากที่กำหนดต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ปรากฏว่าใช้เวลาจริง 5 ชั่วโมง 51 นาที แบ่งเป็นการเดินอย่างเดียว 4 ชั่วโมงครึ่ง เวลาพัก 1 ชั่วโมง 23 นาที ระยะทางจากพระบรมมหาราชวังไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร ใช้เวลา 70 นาที จากวัดบวรนิเวศวิหารไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ใช้เวลา 100 นาที วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้เวลา 20 นาที และจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เทียบเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ใช้เวลา 50 นาที



ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ปรับรูปแบบการเดินยกเท้าสูง 25 เซนติเมตร ด้วยลักษณะการงุ้มปลายเท้า รวมทั้งต้องเพิ่มเส้นสะท้อนแสงตั้งแต่ออกจากวัดบวรนิเวศเป็นต้นไป เพราะเป็นเวลาช่วงพลบค่ำ ส่วน พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ชุดตำรวจ ทหาร กทม. ตรวจเส้นทางล่วงหน้า 1 ชั่วโมง ว่ามีสิ่งกีดขวางเป็นอุปสรรคต่อการเดินหรือไม่ โดยขอให้ปฏิบัติด้วยความเคร่งครัด ในส่วนของกรมศิลปากรได้เสนอแนะให้ติดตั้งเสาชัยทั้งด้านซ้ายและขวา บริเวณเกยทั้ง 3 วัด เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประคองพระองค์ระหว่างทรงพระดำเนินขึ้นลงเกย

ในวันเดียวกันนี้มีการซักซ้อมครั้งที่สอง จะสมมุติพิธีการในพระบรมมหาราชวังตามจริง ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่งไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ประทับบนพระราชยานพุดตานทอง เริ่มตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารค เวลา 16.20 น.รวมทั้งฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่สลุต บริเวณท้องสนามหลวง 2 นัด นัดแรกตอนเริ่มเคลื่อนขบวนและนัดที่สองยิงปิดท้ายเมื่อเสร็จสิ้น โดยในวันพระราชพิธีจริง 5 พ.ค.นี้ จะยิงปินใหญ่สลุตทั้งสิ้น 21 นัด



ต่อมาเวลา 16.30 น.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้จัดการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการฝึกซ้อมในพื้นที่จริงครั้งที่ 2 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 ขบวนพยุหยาตราสถลมารคเลียบพระนคร อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง ไปทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ด้วยพระราชยานพุดตานทอง รวมระยะทาง 6.77 กิโลเมตร รวมเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง โดยริ้วขบวนมีความยาวเกือบ 500 เมตร

เส้นทางที่ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เริ่มจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เลี้ยวซ้ายประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรีมุ่งหน้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายแยกศาลหลักเมืองถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวขวาแยกผ่านภิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตะนาว ตรงไปยังเกยวัดบวรนิเวศวิหาร ระยะทาง 1.9 กม. ต่อมาออกจากวัดบวรนิเวศเลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ และเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินกลางตรงไปยังแยกโรงแรมรัตนโกสินทร์แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองหลอด ตรงไปจนถึงแยกถนนอัษฎางค์แล้วเลี้ยวขวา เข้าถนนเฟื่องนครไปตามเส้นทางหลังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระยะทาง 3.18 กม.



จากนั้นขบวนออกจากเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตรงไปเลี้ยวขวาถนนเจริญกรุง มุ่งหน้าสู่แยกท้ายวัง เข้าสู่ถนนท้ายวังตรงไปยังเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ระยะทาง 500 เมตร เทียบเกยเวลา 20.41 น. ต่อมาริ้วขบวนออกจากเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทางถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาถนนมหาราช มุ่งหน้าสู่แยกท่าช้างแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน ตรงไปจนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรี และเลี้ยวขวาเข้าประตู ตรงไปจนถึงประตูพิมานไชยศรีเลี้ยวซ้ายกลับไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 6.77 กม.

สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้นเป็นการเดินตามเสียงกลองนับก้าว 75 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 เซนติเมตร ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลงได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ใช้พลแบกหาม 32 นาย และจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลแบกหามทุก 500 เมตร



รูปแบบริ้วขบวนเริ่มจากม้านำ 2 ม้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดุริยางค์ทหารบกนำขบวน 109 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นผู้บัญชาการกองผสม 1 นาย ทส.ผบก.กองผสม 1 นาย นายทหารประจำกองผสม 8 นาย กองพันทหารเกียรติยศนำจาก ร.1.รอ.166 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 นำริ้ว 1 นาย ต่อมาเป็นกลองมโหรทึก 16 นาย สารวัตรกลอง 4 นาย กลองชนะลายเงิน 40 นาย กลองเงิน 40 นาย กลองชนะแถวลายทอง 40 นาย กลองชนะลายทอง 40 นาย สารวัตร 2 นาย แตรฝรั่ง 20 นาย แตรงอน 32 นาย สังข์ 8 นาย ถัดมาเป็นตอนผู้อำนวยการริ้ว ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 13 นาย ตามด้วยเครื่องสูงหน้า ประกอบด้วย ธงสามชาย 4 นาย ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า 40 นาย

จากนั้นเป็นพระราชยานพุดตานทอง ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่งอยู่ ซึ่งจะมีคู่เคียงพระราชยาน อันเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายทหารอยู่คู่เคียงพระราชยานทั้ง 2 ฝั่ง ถัดมาเป็นฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง 40 นาย ดุริยางค์กองทัพบก 74 นาย และปิดท้ายด้วยกองพันตามจากทหารกองพันเกียรติยศ ร.11.รอ.จำนวน 166 นาย



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 16.00 น. จะมีการฝึกซ้อมริ้วขบวนราบใหญ่ หรือริ้วขบวนที่ 2 ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยริ้วขบวนนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 พ.ค.ประมาณเวลา 16.00 น.การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงประทับบนพระราชยานพุดตานทอง เสด็จฯจากพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงนมัสการพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร และทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก จากนั้นเสด็จฯ ไปปราสาทพระเทพบิดร ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ก่อนทรงประทับบนพระราชยานพุดตานทอง เสด็จฯจากพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี เป็นอันเสร็จสิ้น รวมระยะทาง 465 เมตร มีกำลังพลร่วมในริ้ว 343 นาย

จากนั้นจะทำการฝึกซ้อมริ้วขบวนแห่เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ และพระราชลัญจกร หรือริ้วขบวนที่ 1 ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ค. ประมาณเวลา 10.00 น. โอกาสนี้ผู้แทนพระองค์เชิญพระสุพรรณบัฏฯจากพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นำไปประดิษฐาน ณ พระแท่นมณฑล พระที่นั่งไพศาลทักษิณ รวมระยะทาง 220 เมตร มีกำลังพลร่วมในริ้ว 133 นาย