อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

เสกน้ำอภิเษกครั้งประวัติศาสตร์ 'พระสังฆราช'จุดเทียนชัย

"สมเด็จพระสังฆราช" จุดเทียนชัยพิธีเสกน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์ นายกฯ พร้อมด้วยผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทหาร ตำรวจ รวมทั้งประชาชนร่วมพิธีเนืองแน่นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว บางคนลางานขออยู่ในพิธีประวัติศาสตร์จนจบ เพื่อนำไปเล่าให้ลูกหลานได้รู้ พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 20.00 น.

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร กทม. ได้มีกำหนดจัดพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระวิหารหลวง ตามพระฤกษ์ เวลา 17.14 น.- 21.30 น. โดยในเวลา 17.00 น. สมเด็จพระสังฆราช เสด็จถึงมณฑลพิธีพระวิหารหลวง และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยประธานศาลฎีกา เดินทางมาถึงพระวิหารหลวง วัดสุทัศนฯ และร่วมกันถวายพัดรองที่ระลึกพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 68 รูป  และพระสงฆ์สวดภาณวาร 4 รูป พระสงฆ์นั่งปรก จำนวน 5 รูป จากนั้น นายกรัฐมนตรี ไปยังหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ ถวายความเคารพ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาศีล สมเด็จพระสังฆราช ให้ศีล นายกรัฐมนตรี ไปยังตู้เทียนชัย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเจิมเทียนชัย เจ้าหน้าที่มอบเทียนชนวนที่จุดไฟให้นายกรัฐมนตรี จากนั้นนายกรัฐมนตรี ถวายเทียนชนวนแด่สมเด็จพระสังฆราช



ต่อมาเวลา 17.14 น. สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย พร้อมกับพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาจุดเทียนชัย ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัยภูษามาลา แกว่งบันเฑาะว์ ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ จุดธูปเทียนบูชาเทพยดาแล้ว พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ อ่านประกาศชุมนุมเทวดา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 68 รูป เจริญพระพุทธมนต์ โดยเมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถึงบทเสกทำน้ำ นายกรัฐมนตรี จุดเทียนที่ครอบสัมฤทธิ์ แล้วถวายสมเด็จพระสังฆราซ และเมื่อเสกทำน้ำพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราช เสด็จลงจากอาสน์สงฆ์ที่ประทับ ทรงโปรยข้าวตอก ดอกไม้ และทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ภายในราชวัติ ระหว่างนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์



ต่อจากนั้นพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ถวายคันประทีป สั่นกระดิ่ง และโปรยข้าวตอกดอกไม้ ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ภายในราชวัติ ระหว่างนี้ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และย่ามปักตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกรัฐมนตรี ไปยังหน้าพระสวดภาณวาร จุดเทียนทองและเงิน พร้อมเครื่องบูชากระบะมุก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระสวดภาณวารจุดเทียนพุทธาภิเษก ข้างตู้เทียนชัยซ้ายขวา นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา เดินทางกลับ และดับเทียนชัย โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ในเวลา 20.19 น.


                      
สำหรับบัญชีพระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 68 รูป และพระสงฆ์นั่งปรก (เจริญจิตตภาวนา) จำนวน 5 รูป ได้แก่ พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. พระภาวนาวิสุทธิโสภณ วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม พระโสภณพัฒนคุณ วัดพุน้อย  จ.ลพบุรี พระบวรรังษี  วัดระฆังโฆสิตาราม กทม. พระนันทวิริยาภรณ์ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ จ.นนทบุรี และพระสงฆ์สวดภาณวาร จากวัดสุทัศน์ฯ จำนวน 4 รูป ได้แก่  พระประสิทธิสุตคุณ พระครูสุนทรโชตยานุวัตร พระมหากรวิก อหึโก  และพระมหาคำแสน  มงคลเสวี  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในพิธีดังกล่าวแม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ประชาชนก็ไม่ย่อท้อมุ่งมั่นทยอยมาร่วมพิธีดังกล่าวอย่างคับคั่งเต็มพื้นที่บริเวณพระวิหารหลวง เพื่อรอชมพิธีศักดิ์สิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์และเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต



ด้าน น.ส.ประคอง ตอโนนสูง อายุ 64 ปี ประชาชนที่มาร่วมในพิธี กล่าวว่า รู้สึกปลื้มปิติอย่างมากที่ได้ร่วมพิธีครั้งนี้ เพราะถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีโอกาสชมพิธีศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ดังนั้น ตั้งแต่ทราบว่ามีพิธีดังกล่าวก็ตั้งใจแล้วว่าจะมาร่วมพิธีให้ได้ โดยขอลางานครึ่งวัน ส่วนการเตรียมพร้อมนั้น ไม่ได้เตรียมอะไรมาก แม้อากาศร้อนมากแต่ป้ามาด้วยใจ เมื่อใจพร้อมสภาพอากาศก็ไม่สามารถทำอะไรได้ วันนี้ ตั้งใจจะเข้าร่วมพิธีไปจนเสร็จสิ้นไม่ว่าจะดึกขนาดไหน เพื่อทำตามเป้าหมายที่ตนเองวางไว้ และหลังจากนี้ เมื่อมีกิจกรรมอะไร ถ้ามีเวลา สามารถลางานได้ก็จะมาร่วมงานทุกงาน เพื่อได้ชม ได้เป็นส่วนหนึ่งในพิธีต่างๆ จะได้ไปเล่าให้ลูกหลานฟังว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เหล่านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และประชาชนรู้สึกปลื้มปิติมากขนาดไหน.