อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562

ซ้อมริ้วขบวนที่3พยุหยาตราฯ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

คณะอนุกรรมฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 แบบรวมการครั้งแรก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พ.ค.62 อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 เวลา 17.30 น.

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 19 มี.ค. ที่ลานอเนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 (ภายในกรมทหารราบที่ 11) กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ทำการฝึกริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบบฝึกซ้อมนัดรวมการเป็นครั้งแรก โดยการฝึกซ้อมวันนี้ มีหน่วยเฉพาะกิจกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ,หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904, กรมสรรพาวุธทหารบก, กรมพลาธิการทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ, กรมขนส่งทหารบก, นักเรียนเตรียมทหาร, กองทัพเรือ, ตำรวจม้า และผู้แทนจากสำนักพระราชวัง เป็นต้น โดยการฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้จำลองพื้นที่ในการเดินริ้วขบวนที่ 3 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร วันที่ 5 พ.ค. 62 เวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ยาวที่สุด ความยาว 403.5 เมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประทับบนพระราชยานพุดตานทอง เสด็จเลียบพระนครไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร ,วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตามลำดับ เพื่อทรงสักการะพระพุทธรูปสำคัญและทรงกราบสักการะพระบรมอัฐิบูรพมหากษัตริย์ ริ้วขบวนที่ 3 รวมระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มเคลื่อนจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท เวลา 16.30 น.



คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค เปิดเผยว่า การจำลองพื้นที่ในการซ้อมครั้งนี้ ไม่สามารถซ้อมตามระยะทางจริงทั้งหมด แต่ได้จำลองพื้นที่สำคัญจากการสำรวจเส้นทางจริง ตั้งแต่ภายในพระบรมมหาราชวัง ไปวัดบวรนิเวศวิหาร ไปวัดราชบพิธฯ และวัดพระเชตุพนฯ ซึ่งพบอุปสรรคว่า บางจุดช่องทางแคบ เส้นทางเป็นเนิน มีจุดคับขัน 7 จุด ได้แก่ เกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ,ประตูพิมานไชยศรี ,ประตูวิเศษไชยศรี ,ถนนตะนาว ,วัดบวรนิเวศวิหาร ,เกยวัดราชบพิธ และเกยวัดพระเชตุพนฯ การฝึกซ้อมจึงได้จำลองพื้นที่โดยนำกรวยยางจราจรวางเพื่อบีบเส้นทางให้ได้ระยะจริง ขณะเดียวกันได้จำลองซุ้มประตูพิมานไชยศรีและซุ้มประตูวิเศษไชยศรี ด้วยโครงเหล็กสีเขียว เนื่องจากริ้วขบวนจะมีการเลี้ยวเข้าถนนหน้าพระลาน ต้องฝึกการเดิน จากปกติจะเดินแถวตอนเรียง 12 นาย ปรับเป็นแถวตอนเรียง 6 นาย เนื่องจากประตูมีความแคบ เมื่อผ่านประตูวิเศษไชยศรีจึงรวมแถวตอนเรียง 12 นายอีกครั้ง จังหวะนี้จำเป็นต้องซ้อมระยะทาง และการรวมแถวเพื่อไม่ให้ขบวนด้านหลังติดขัด ขณะเดียวกันมีทำการฝึกเกยเทียบหยุด และออกเดิน เพื่อให้ขั้นตอนประสานสอดคล้องกันกับการสั่งแถว



จากนั้นในช่วงเวลา 14.00 น. เป็นการฝึกเปลี่ยนพลแบกหาม ทั้งแบบอยู่กับที่และแบบเดินระยะสั้น โดยจะเปลี่ยนพลแบกหามทุกระยะ 500 เมตร ซึ่งจุดเปลี่ยนพลแบกหามจะใช้หมู่กลองให้จังหวะซอยเท้ารอเพื่อเปลี่ยนกำลังพลแบกหามให้เกิดเป็นท่วงท่าสง่าม นอกจากนี้ฝึกรูปขบวน 1 รอบสนาม โดยสมมติว่า ริ้วขบวนที่ 3 อยู่ภายในพระบรมมหาราชวัง ในการเดินซ้อมริ้วขบวนที่ 3 กำหนดจังหวะการเดิน 85 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 ซม. โดยสอดคล้องกับเพลงจากวงดุริยางค์ ซึ่งจะบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จำนวน 6 บทเพลง ได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดยในการฝึกซ้อมวันนี้ กองทหารเกียรติยศและทหารยืนรายทาง ได้ร่วมฝึกซ้อมด้วย ขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ได้มาตรวจเยี่ยมการซ้อมริ้วขบวนที่ 3 เป็นเวลานาน 40 นาที พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ มาให้กำลังใจกำลังพล  



สำหรับกำหนดการฝึกซ้อมครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 26 มี.ค.นี้ เป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1 ริ้วขบวนอัญเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ และพระราชลัญจกร และริ้วขบวนที่ 2  ริ้วขบวนราบใหญ่ วันที่ 28 มี.ค.62 ฝึกซ้อมทบทวนริ้วขบวนที่ 3 อีกครั้ง จากนั้นในวันที่ 17 เม.ย.62 จะเป็นการฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 แบบเสมือนจริง ในพื้นที่จริงครั้งแรก และจะทำการฝึกซ้อมอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.62 ส่วนวันที่ 28 เม.ย.62 จะเป็นการซ้อมใหญ่ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ห้วงเวลางานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 3-6 พ.ค.62.