อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

เปิดผลข้างเคียง'แอสตราเซเนกา' รู้ไว้เตรียมตัวก่อนฉีด

เปิดข้อมูลน่ารู้ของ "แอสตราเซเนกา" พร้อมผลข้างเคียง และวิธีการเตรียมตัวก่อนเดินทางไปฉีดวัคซีนโควิด-19 พฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 20.01 น.


"วัคซีนโควิด-19" นับเป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในปัจจุบันมีวัคซีนหลากหลายยี่ห้อที่ผลิตออกมา โดยในตอนนี้ในประเทศไทยเองก็มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ "แอสตราเซเนกา" ท่ามกลางความสงสัยว่ามีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง วันนี้ "เดลินิวส์" สรุปข้อมูลที่ควรรู้มาฝากกัน

สำหรับ "AstraZeneca" เป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral vector vaccines) โดยใช้ไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ (ไม่ทำให้เราป่วย) หรือไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก แล้วตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นพาหะ โดยฝากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) เข้าไป ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา วัคซีนประเภทนี้สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี เนื่องจากเลียนแบบให้ใกล้เคียงกับการติดเชื้อตามธรรมชาติ



มีข้อมูลเฉพาะดังนี้
ชื่อวัคซีน : ChAdOx1 nCoV-19 vaccine (AZD1222) เป็นวัคซีนชนิดไวรัสเวกเตอร์ที่แบ่งตัวไม่ได้
ผู้พัฒนา : มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University) ร่วมกับบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) 
ต้องฉีดกี่โด๊ส : 2 เข็ม ระยะห่างกัน 4-12 สัปดาห์ (แต่มีการศึกษาพบว่า วัคซีนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อฉีดห่างกัน 8 สัปดาห์ขึ้นไป องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ฉีดห่างกัน 8-12 สัปดาห์)
ราคาวัคซีน AstraZeneca : 2.16-5.25 ดอลลาร์สหรัฐ/โด๊ส (ประมาณ 66-160 บาท/โด๊ส)
ประสิทธิภาพ : โดยรวม 70.4%, ป้องกันอาการรุนแรง 100%
อายุของผู้ได้รับวัคซีน : 18 ปีขึ้นไป  
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้ได้ในอุณหภูมิตู้เย็น 2-8 ºC 
ประเทศที่ใช้วัคซีน AstraZeneca : ได้รับการอนุมัติใช้งานแล้วกว่า 168 ประเทศทั่วโลก เช่น สหราชอาณาจักร บราซิล ไทย เวียดนาม ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลีใต้

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน
-เป็นผู้ที่ไม่มีอาการไข้ขึ้นสูงเกิน 37.5 องศา ในวันที่เข้ารับการฉีดวัคซีน
-ไม่มีโรคประจำตัวขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ได้แก่ โรคความดัน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง กลุ่มโรคระบบประสาท กลุ่มโรคเบาหวานและโรคอ้วน
-ไม่มีประวัติแพ้ยาหรือสารประกอบในกลุ่มที่ระบุ
-ผู้มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ความผิดปกติในการแข็งตัวของเกล็ดเลือด หรือผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด สามารถฉีดวัคซีนได้ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ฯ
-ไม่เป็นผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิดในช่วง 10 วันที่ผ่านมา



ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนป้องกัน-19 
อาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป
-60% มีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีด
- 50% มีอาการปวดศีรษะ และ อ่อนเพลีย
- 40% มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว
- 30% มีอาการไข้ หนาวสั่น
- 20% มีอาการปวดข้อ และ คลื่นไส้

อาการข้างเคียงรุนแรง
หายใจไม่สะดวก ใจสั่น แน่นหน้าอก ปากบวม หน้าบวม หน้าแดง ตัวแดง ผื่นขึ้นหรือคันทั่วร่างกาย มีไข้สูงหนาวสั่น หน้ามืด ตาพร่า คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง

ข้อสงสัยเรื่อง "ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน"
จากข้อมูลการใช้วัคซีนในสหราชอาณาจักรพบภาวะลิ่มเลือก 0.000013% ใน 1,000,000 คน และจากข้อมูลการใช้วัคซีนในประเทศอินเดียพบภาวะลิ่มเลือด 0.61 ใน 1,000,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564)

นอกจากนี้ ทางด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เคยให้ข้อมูลถึงผลข้างเคียงของ "แอสตราเซเนกา" ถึง ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เอาไว้ว่า จากผลรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) และหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของยุโรป (EMA) สรุปว่า เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก ในอัตรา 2-4 ต่อล้านการฉีด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะสัมพันธ์กับการได้รับวัคซีน โดยมีข้อสังเกตว่า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีนเข็มแรก โดยประเทศไทยและประเทศในทวีปเอเชีย มีอัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันต่ำกว่าประเทศในยุโรป อีกด้วย...
-เทียบกันชัดๆ'8วัคซีนโควิด' ประสิทธิภาพต่างกันอย่างไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก @กระทรวงสาธารสุข, @รพ.รามคำแหง, @https://www.azcovid-19.com/

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

ความคิดเห็น