อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

สรุปดราม่า'ลุงพล'ม้วนเดียวจบ หลังเหล่าพันธมิตรตีจาก!

สรุปดราม่า "ลุงพล" แบบม้วนเดียว หลังกลายเป็นคนดังจาก "คดีน้องชมพู่" ที่ยังไม่รู้จุดจบ แต่กลับเกิดดราม่าข้อพิพาทกับคนรอบตัว ถูกเข้าตรวจจากหน่วยงานรัฐ แถมยังทำร้ายสื่อหลัก! อังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 19.30 น.


"กกกอก เดอะซีรีส์" กลับคืนสู่จออีกครั้ง โดยครั้งนี้กลับมาพร้อมกับเรื่องราวดราม่าของ "ลุงพล" อีกหนึ่งบุคคลที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาใน "คดีน้องชมพู่" ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยในกระแสข่าวในช่วงนี้ ต่างเป็นเรื่องราวของลุงพลกับคู่กรณีอีกหลากหลายคน วันนี้ "เดลินิวส์" มีสรุปดราม่าที่เกิดขึ้นมาฝากกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 7-8 เดือนก่อนที่คดีความของน้องชมพู่กำลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง จนทำให้ชื่อของสองสามีภรรยา "ไชยพล วิภา" และ "สมพร หลาบโพธิ์" หรือ "ลุงพล-ป้าแต๋น" กลายเป็นคนดัง โดย ณ ขณะนั้นเอง "อุ๊บ วิริยะ" นักปั้นคนดัง ร่วมด้วย "หมอปลา" ( หมอปลาช่วยด้วย) และสื่อมวลชน รวมไปถึงยูทูบเบอร์เข้ามาตามติดชีวิตสองสามีภรรยา จนมีแฟนคลับไปทั่วประเทศ คลิปต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับ "ลุงพล" ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับยูทูบเบอร์ช่องต่างๆเป็นจำนวนมาก
-'ลุงพล'ดังแล้ว'อุ๊บ วิริยะ' พาเล่นมิวสิคฟันค่าตัวเป็นแสน



แต่ภายหลัง ในช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา กลับเกิดความขัดแย้งระหว่าง "ลุงพล" กับ "อุ๊บ วิริยะ" นักปั้นคนดัง ที่ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ ลุงพล ได้นำรูปไปแอบอ้างเปิดบัญชีรับบริจาคโดยไม่ขออนุญาต เพื่อขอรับเงินสร้างศาลาวัดภูหลวง จ.มุกดาหาร โดยนักปั้นคนดังกำลังปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งตนเองเห็นมานานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เห็นว่าเป็นคนกันเองที่มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจึงไม่ได้ใส่ใจ แต่หลังจากที่มีความขัดแย้งกันตนเองจึงคิดว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวกับเงินรับบริจาค



ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ของ "หมอปลา" เอง ก็ถูกกล่าวหาว่าแอบไปติดเครื่องดักฟังที่รถลุงพล เเล้วลุงให้สัมภาษณ์ว่าจะเตะคนเอามาติด ซึ่ง "หมอปลา" ได้ออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าวโดยการปรึกษาทีมทนายความเพื่อเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเครื่องดักฟังดังกล่าวอยู่ในรถได้อย่างไร เพราะตนเองก็ไม่สบายใจที่ถูกกล่าวหาเช่นนี้ จึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเข้าแจ้งความเอง เพราะทาง "ลุงพล" ไม่ยอมไปแจ้งความ ส่วนเรื่องเงินบริจาคที่เคยท้วงติงให้หยุดรับเงินบริจาค เพราะอาจถูกครหาได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีจำนวน 8 แสนบาท ก็มีเข้ามาจริง ๆ แต่จากการตรวจสอบกับทาง พระอาจารย์สมบัติ อภิสัมโธ ประธานสำนักสงฆ์ภูหลวง ก็ระบุว่ายังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด และทางวัดก็จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเงินดังกล่าวอีกด้วย

โดยภายหลังได้มีสื่อมวลชนจำนวนมาก  ได้เข้าไปขอสัมภาษณ์แต่ทาง "ลุงพล" ปฏิเสธ พร้อมทั้งยังแจ้งว่า จะให้สัมภาษณ์เฉพาะยูทูบเบอร์ที่มาปักหลักภายในบ้านกกกอกเท่านั้น
-ขอลาขาด!'ลุงพล-หมอปลา' ลั่นไม่ยุ่งคดี'น้องชมพู่'อีกแล้ว



แต่ดราม่าของลุงพลยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ "รัชนี โลกายุทธ์" ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรมาดี้พีช พร้อมด้วย "ปิ๋ม ซีโฟร์" ซึ่งเคยว่าจ้างให้ลุงพลเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้เข้าเจรจากรณีที่ "ลุงพล" ไปรับพรีเซ็นเตอร์กาแฟยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีสรรพคุณใกล้เคียงกับมาดี้พีช ถือเป็นการละเมิดสัญญาในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยยืนยันจะมีการจัดการตามกรอบของกฎหมายต่อไป



นอกจากทางด้านเหล่าคนดังที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ "ลุงพล" แล้วนั้น ยังก็ยังมีนายธนา วาริยศ สรรพากรพื้นที่มุกดาหาร ได้ออกมาเผยถึงกรณีของ ลุงพลและป้าแต๋น ที่สรรพากรมีข้อมูลอยู่แล้วและได้มีการติดตามโดยตลอด อีกอย่างตามที่รู้มาลุงพลก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีรายได้เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าไม่เสียภาษีจะมีความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งส่วนของเงินบริจาคนั้นต้องไปดูข้อเท็จจริงและรายละเอียดก่อนแต่เรื่องรายได้ของลุงพลนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี "น้องชมพู่" ได้เชิญตัวชาวบ้าน บ้านกกกอกจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าเครื่องจับเท็จ ภายหลังมีการนำพยานสำคัญเข้าเครื่องจับเท็จไปแล้ว โดยครั้งนี้จะเป็นพยานแวดล้อมที่มีน้ำหนักและสำคัญไม่น้อย รวมไปถึงชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ และรู้เห็นพฤติกรรมบางอย่าง ก็คงต้องรอลุ้นกันว่า หลักฐานต่างๆ ที่ตำรวจทำงานมากว่า 8 เดือน จะสามารถมัดตัวคนร้ายและจะสามารถปิดคดี "น้องชมพู่" ได้ภายในเร็ววันนี้หรือไม่ต่อไป



อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยเจ้าตัวบอกใบ้เป็นนัย ผู้กระทำผิดในคดีน้องชมพู่ คือ "เทวดากับนางฟ้า" และบอกว่ามีทั้งพยานบุคคล และวัตถุพยานชัดเจน มัดตัวคนร้ายรายนี้ นายอัจฉริยะบอกว่ามี 2 คน และคาดว่าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ จะมีข่าวดี อาจถึงขั้นการออกหมายจับคนร้ายอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ ยังกล่าวเสริมด้วยว่า แรงจูงใจในคดีนี้มาจากความอิจฉาริษยา และเรื่องบาดหมางทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งยังเปรียบเทียบด้วยว่า คดีน้องชมพู่จะเป็นคดีครูจอมทรัพย์ 2 เพราะมีคนที่พูดโกหกมาโดยตลอด

และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ม.ค. ก็เกิดเรื่องราวเกี่ยวกับ "ลุงพล" จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงไปทั่วสังคมออนไลน์อีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ จ.มุกดาหาร เข้าตรวจสอบไม้ตะเคียนที่ศาลเเม่ตะเคียนโสรภี ข้างบ้าน"ลุงพล" หลังนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นเอกสารให้ตรวจสอบ โดยระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังอ่านข้อร้องเรียนให้ลุงพลฟังท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวนี้ จู่ๆ ลุงพลเกิดอาการของขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เข้าเเย่งไมค์สื่อช่องหนึ่ง ซึ่งผู้สื่อข่าวช่องดังกล่าวพยายามชี้เเจงว่า ได้เข้ามาทำหน้าที่ตามปกติ หลังจากนั้นลุงพลได้โผเข้าใส่ ก่อนทุบหลัง 2 ครั้ง พร้อมกับผลักไหล่ แล้วจะพยายามบีบคอเเละกระชากหน้ากากอนามัยออก
-ป่าไม้ตรวจต้นตะเคียนบ้าน'ลุงพล' เจ้าตัวของขึ้นทำร้ายสื่อ



ส่วนทางนายพรภิรม อุระแสง ผอ.ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน (สภ.) กกตูม จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับ "ลุงพล" ในข้อหาครอบครองไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หลังจากเข้าตรวจสอบไม้พบว่า ไม้ดังกล่าวเป็นไม้มะค่าแต้ ไม่ใช่ไม้คะเคียน ตามที่ลุงพลกล่าวอ้างแต่อย่างใด...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
-ย้อนทางชีวิต'ลุงพล' จาก'ผู้ต้องสงสัย'สู่ซุป'ตาร์เมืองไทย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น