อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

เจ้าของรถช็อก!ลูกค้าสาวเครียด เตาอั้งโล่รมควันในรถเช่า

ปัญหารุมเร้าสาวเครียดจัด! รมควันดับคาเก๋งในลานจอดห้างดัง หลังโทรฯคุยกับแฟนหนุ่มน้อยใจบางอย่าง เผยพยายามฆ่าตัวตายมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ    พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 14.23 น.


เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ร.ต.อ.เกรียงไกร เสวตสมบูรณ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในรถเก๋งที่จอดอยู่ในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน อ.ธัญบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบรถเก๋งมาสด้า สีเทาดำ จอดสตาร์ตเครื่องอยู่ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิง อายุ 33 ปี สภาพนอนปรับเบาะเอนไปด้านหลัง บนพื้นรถพบซองยาตกอยู่

และที่วางเท้าฝั่งซ้ายมีเตาอั้งโล่ที่ไฟมอดแล้ววางอยู่ โดยรถได้ล็อกประตูทุกด้าน เจ้าหน้าที่ต้องประสานช่างกุญแจมาเปิดประตู จากการตรวจสอบ เบื้องต้นไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้ว 6-8 ชม.

สอบสวนเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดห้างฯ ให้การว่า พบรถเก๋งมาจอดตั้งแต่วานนี้แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเช้านี้ก็ยังพบว่ารถจอดอยู่ตำแหน่งเดิม จึงแจ้งหัวหน้างานเพื่อประสานตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่าบุคคลภายในรถเสียชีวิตแล้ว และยังพบเตาอั้งโล่วางอยู่ในรถด้วย



ขณะที่แฟนหนุ่มของผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับผู้ตายอยู่ด้วยกันมา 3 ปี ช่วงเช้าผู้ตายได้ขับรถไปส่งตนที่ทำงานก่อนจะเดินทางกลับ ต่อมาช่วงบ่ายผู้ตายโทรฯมาหาเหมือนมีเรื่องน้อยเนื้อต่ำใจและคล้ายกำลังกินยาอะไรบางอย่างก่อนจะตัดสายไป  ตนจึงรีบกลับมาที่บ้านพักแต่ก็ไม่พบ จึงโทรฯไปแจ้ง 191

ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหนี้ที่ผู้ตายไปกู้เงินโทรฯมาทวงเงินกับตนเองถึง 4 ราย ทั้งที่ตนเองก็ยังไม่ทราบเรื่องว่าผู้ตายนำเงินไปทำอะไรมากมายเพราะไม่ได้ทำงานอะไร จนเช้านี้มาพบว่าผู้ตายทำร้ายตัวเองเสียชีวิตในรถแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายก็เคยคิดทำร้ายตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่สำเร็จ

พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นรถเช่าที่ผู้ตายเช่ามา 2 สัปดาห์ จ่ายค่าเช่าวันละ 900 บาท และในวันนี้เป็นวันครบสัญญาเช่า เบื้องต้นได้มีการประสานผู้เป็นเจ้าของรถเช่ามาทำการสอบปากคำ ซึ่งทางเจ้าของรถเช่าก็ตกใจมากที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นและหากตั้งสติได้แล้วจะเข้ามาให้ปากคำทันที เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%