อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ตู้เสยท้ายสิบล้อรถฉีกไม่เหลือสภาพ แรงงานคาที่1เจ็บ12

สิบล้อจอดพักรถนอนริมถนน เจอรถตู้ขนแรงงานกัมพูชาเต็มคันพุ่งชนท้ายอย่างจัง รถพังยับไม่เหลือสภาพรถตู้ สาวเขมรเสียชีวิตคาที่ 1 ราย สาหัส 1 ราย เจ็บอีก 11 ราย คนขับอ้างเสียหลักเพราะฝนตกถนนลื่น   อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.40 น.


เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ร.ต.ท.ปริพัฒน์ สินสืบผล สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเช่าเหมาคันไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0326 พัทลุง ซึ่งเขียนชื่อบนตัวรถว่า "วัชรินทร์ พะคะม่า" ซึ่งบรรทุกแรงงานชาวกัมพูชามาเต็มคันรถ 12 คน พุ่งชนท้ายรถสิบล้อบรรทุกน้ำซึ่งจอดอยู่ริมถนนสายเอเชียเส้นทางรัตภูมิ-หาดใหญ่ พื้นที่บ้านสี่แยกไอ้เท่ง หมู่ 4 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ฝั่งขาเข้าอ.หาดใหญ่ 

สภาพรถตู้ตัวถังด้านซ้ายฉีกขาดและหลุดออกทั้งแถบตั้งแต่หัวไปจนท้ายรถ หลังคาเปิดเหลือเพียงเก้าอี้ที่นั่งผู้โดยสารเสียหลักไปจอดอยู่ริมถนน มีผู้โดยสารเป็นผู้หญิงชาวกัมพูชาเสียชีวิตคาเบาะนั่ง 1 คน สาหัส 1 คน และบาดเจ็บรวมคนขับอีก 11 คน ทั้งหัวแตกและบอบช้ำจากแรงอัด ซึ่งผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของรถตู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ต้องระดมรถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บส่งรพ.บางกล่ำ และรพ.หาดใหญ่



ส่วนรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0617 สุราษฎร์ธานี สภาพท้ายรถด้านขวาถูกชนได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย มีนายพงศกร จันทร์ธร เป็นคนขับยืนรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ โดยให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังจอดนอนอยู่ริมถนนและได้ยินเสียงรถชนท้ายจึงตื่นขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นรถตู้ที่บรรทุกผู้โดยมาและบาดเจ็บหลายคนจึงรีบลงไปดูเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บและพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน



ด้านนายวัชรินทร์ พะคะม่า อายุ 53 ปี คนขับรถตู้ซึ่งได้รับบาดเจ็บบอกว่า รับแรงงานชาวกัมพูชาซึ่งเป็นแรงงานถูกกฏหมายมาจากอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อไปส่งที่โรงงานอาหารทะเลที่อ.เมืองสงขลา โดยขับมาเลนซ้ายและเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นรถบรรทุกสิบล้อจอดอยู่ข้างทาง และได้เบี่ยงขึ้นเลนขวาแต่สภาพถนนลื่นจากฝนตกหนักทำให้รถเสียหลักไปเฉี่ยวชนท้ายรถสิบล้อ

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนสภ.บางกล่ำ จะทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอีกครั้งเพื่อดำเนินการทางคดีและค่าเสียหาย ทั้งกรณีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18