อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562

อย่าตื่นตระหนก! ตร.ยันเก็บข้อมูลผ่านWIFIมีนานแล้ว

"โฆษกตำรวจ" ออกโรงยืนยัน ให้ร้านเก็บข้อมูลลูกค้าผ่าน WiFi เป็นเวลา 90 วันมีมานานแล้ว ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ย้ำเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องทำ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 18.30 น.


จากกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ขอความร่วมมือร้านค้าที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต WiFi ภายในร้านให้เก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ WiFi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งสังคมออนไลน์นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค. แฟนเพจ@ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้ชี้แจงว่า "#การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์มีมานานแล้ว ประชาชนไม่ต้องตื่นตะหนก ใช้ชีวิตปกติได้" โดยพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ การให้ร้านกาแฟ ร้านเตอร์เน็ตปล่อยWiFiให้ลูกค้าเล่นเน็ตต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย ว่า ขอเรียนว่าจากประเด็นกรณีดังกล่าวนั้น ที่มีการเตือนให้ ร้านกาแฟต่างๆ ร้านที่ให้บริการเน็ตคาเฟ่ หรือในลักษณะที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต WiFi ภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์( Logfile) ของผู้ลงทะเบียนใช้ WiFi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รัฐใช้ในการสืบสวนสอบสวนกรณีเกิดการกระทำความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการดำเนินการของผู้ให้บริการตามกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนต้องยุ่งยาก ลำบาก หรือเกิดความเสียหายแต่อย่างใด "กฎหมายฉบับดังกล่าวมีการประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยหลักแล้วกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ผู้ที่ให้บริการดำเนินการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ สำหรับประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้บริการหรือดำเนินการต่างๆได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก" โดยภาครัฐให้ผู้บริการทำการเก็บข้อมูล ก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีต่างๆทุกประเภท อาทิ อาทิเช่น คดีความมั่นคงคดีฉ้อโกง หลอกลวง หมิ่นประมาท หรือเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ถือได้ว่าเกิดประโยชน์แก่สาธารณะ

"ที่ผ่านมาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากและผู้เสียหายจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์สืบสวนสอบสวนจนสามารถนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย จากการใช้ข้อมูลในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" อีกทั้งยังถือเป็นหลักสากล ที่นานาประเทศ ก็ดำเนินการในลักษณะคล้ายกับประเทศเรา ที่กฎหมายบังคับเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือบนโลกโซเชียลมีเดียนับวันจะมีจำนวนพิ่มมากขึ้น...



ขอบคุณข้อมูลจาก @ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 24