อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

ป.5เพื่อนแกล้งรับไม่ไหว เครียดผูกคอลาโลกพี่ช่วยทัน

แม่ช็อก! ลูกชายวัย 11 ขวบ เรียนชั้น ป.5 ถูกเพื่อนแกล้งทุกวัน สุดท้ายเครียดจนทนไม่ไหว คว้าผ้าขาวม้าผูกคอตายกลางบ้าน เดชะบุญพี่สาวไปเห็นก่อนรีบช่วยเหลือส่งรพ.ยื้อชีวิตทัน จันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 17.35 น.

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. เจ้าหน้าที่รพ.กระบี่ รับแจ้งมีเด็กใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกลางห้องโถงของบ้านพัก อาการสาหัส ทางรพ.ลำทับ อ.ลำทับจึงส่งมารักษาอาการต่อ เบื้องต้นทราบชื่อ ด.ช.ทัน (นามสมมุติ) อายุ 11 ชวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองท่อม โดยหลังจากพักฟื้นดูอาการยังตึกศัลยกรรมชาย 2 ปรากฏว่าเด็กรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังไม่สามารถพูดได้ แพทย์และพยาบาลต้องดูแลอย่างใกล้ชิด จากการสอบถาม น.ส.แซน (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี มารดาของ ด.ช.ทัน เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน ต้องเดินทางไปทำงานที่ เกาะลันตา ขณะที่บุตรชายรบเร้าอยากไปด้วยและบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว อ้างว่าเครียดเรื่องเพื่อนแกล้ง ตนจึงให้อยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชายไปก่อน ปรากฏว่าลูกกลับคิดสั้นใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกลางบ้าน โชคยังดีที่พี่สาวเดินไปตามมากินข้าวเห็นเข้าเสียก่อน จึงรีบนำตัวลงมา ก่อนชาวบ้านช่วยกัน CPR ส่งรพ.รักษาอาการ

สำหรับเรื่องที่บุตรชายถูกแกล้งนั้น สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน แล้วพลาดทำเครื่องเล่นล้มไปโดนเท้ากลุ่มเด็กคู่กรณี จึงทำให้อีกฝ่ายโกรธแค้น ชกต่อยบุตรชายไม่เลิกแถมยังข่มขู่เรื่อยมา เคยแจ้งครูให้ดูแลไปแล้ว แต่ปรากฏวว่าครูก็รับปากว่าจะหาตัวกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แววความรับผิดชอบ ปกติบุตรชายเป็นเด็กเรียบร้อย เรียนดี มีความรับผิดชอบช่วยเหลือครอบครัวตลอด ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้

ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดอ๊อกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขนขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับ จนท.ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชม. ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ สั่งให้ จนท.สุขภาพจิตของ รพ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดี จะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวมเวลาเกิดเหตุขึ้นมา.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 28