อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

มิจฉาชีพเผ่นแนบ!ป้ารู้ทัน ตุ๋นขายหวย12ล.แค่หมื่นเดียว

ทำเป็นทีม! แก๊งมิจฉาชีพตระเวนหาเหยื่อสูงวัยอยู่คนเดียว ก่อนทำทีมีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 12 ล้าน แต่อ้างเป็นชาวลาวไปขึ้นเงินไม่ได้ หลอกขาย 1 ล้าน ต่อรองจนเหลือ 1 หมื่น ป้าขายข้าวหมากรู้ทันก่อนเผ่นแนบขโมยเงินไปได้แค่ 300 เสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 เวลา 08.40 น.

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโคกวัด หมู่ 11 ต.ชุมแสง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่ามีแก๊งมิจฉาชีพมาหลอกลวงในหลากหลายรูปแบบและอยากจะแจ้งเตือนชาวบ้านไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ จึงเข้าไปตรวจสอบพบที่ร้านข้าวหมากแม่สมศรี ซึ่งสร้างเป็นเพิงข้างทางถนนสายสตึก- จอมพระ พบนางสมศรี จันทร์สิงห์ อายุ 64 ปี เจ้าของร้านนั่งขายข้าวหมากอยู่ นางสมศรี เล่าว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนั่งทำข้าวหมากอยู่ได้มีรถเก๋งมาจอดหน้าร้าน มีหญิงอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวดีหน้าตาดีเดินลงมาจากรถ 2 คน แล้วมานั่งสั่งข้าวหมากมากิน โดย 1 ใน 2 จะเรียกอีกคนหนึ่งว่าเจ๊ จากนั้นหญิงทั้งสอง ได้ถามว่า แถวนี้มีใครจะขายที่ดินบ้างมั๊ย ตนจึงบอกไปว่าก็พอมี จากนั้นทั้ง 2 คนก็พยายามชวนคุยนั่นนี่ ต่อมาได้มีชายอายุประมาณ 60-65 ปี แบกไม้กวาดมาขายเหมือนพ่อค้าเร่ทั่วไป

จากนั้นฝ่ายหญิงที่ถูกเรียกว่าเจ๊ ก็ได้เรียกซื้อไม้กวาด 3 อัน ในราคา 120บาท และจ่ายเงินไป 200 บาท ตนก็ไม่คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติ ระหว่างที่พ่อค้าจะทอนเงินได้ทำลอตเตอรี่หล่น 2 ใบ เจ๊บอกว่า "ตาหวยหล่น" แล้วเจ๊คนนั้นก็บอกว่า "อ้าวตาน่าจะถูกลอตเตอรี่" ก่อนจะเดินได้เอาหนังสือพิมพ์ในรถมาตรวจลอตเตอรี่ก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 ก.ย 62 เป็นเงิน 12 ล้านบาท ทันใดนั้นลุงขายไม้กวาดก็ช็อกเหมือนจะดีใจมาก หญิงทั้งสองก็เข้าไปปลอบและปฐมพยาบาล โดยต่อมาลุงขายไม้กวาดก็บอกว่า ลุงเป็นคนลาว ไม่มีบัตรประชาชนจะไปขึ้นเงิน 12 ล้านได้ยังงัย



นางสมศรี เล่าต่อว่า จากนั้นหญิงทั้งสองก็หันหน้ามาหาตนถามว่า “ป้าช่วยกันไหมซื้อลอตเตอรี่ของลุงแก 1 ล้าน ยายพอมีเงินไหม” ตนก็ตอบว่าไม่มีหรอก แต่หญิงทั้งสองก็ไม่ยอมจบหรือแทนที่จะซื้อลอตเตอรี่ไปขึ้นเงินเอง ยังตื้อให้ตนช่วยซื้อโดยลดราคาจาก 1 ล้าน เหลือ 50,000 บาท ตนก็บอกไม่มีเงินจนสุดท้ายก็ลดเหลือ 10,000 บาท ตนก็ยังยืนยันว่าไม่มีเงิน เป็นจังหวะเดียวกันที่สามีตนเข้ามาที่ร้านพอดี ตนจึงบอกให้สามีไปไปตามลูกสาวซึ่งทำงานอยูที่อบต.แห่งหนึ่งในอ.สตึก มาคุยว่ามีเงินไหม พอหญิงทั้ง 2 คนได้ยินคำนี้ก็รีบขึ้นรถเก๋งขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งพ่อค้าไม้กวาดที่มีอาการคล้ายจะช็อกเอาไว้ และตนสังเกตเห็นว่าจู่ๆ ลุงก็มีอาการดีขึ้นมาทันที ไม่นานก็มีรถกระบะ 4 ประตู มาจอดที่หน้าร้านแล้วคนขายไม้กวาดก็รีบวิ่งขึ้นรถไปทันที หลังนั่งคุยเล่าเรื่องดังกล่าวให้สามีฟังจึงคิดว่าบุคคลกลุ่มนี้น่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพแน่ๆ เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้านก็ปรากฎว่าเงินในกระเป๋าสตางค์ที่มีอยู่ 300 บาท ได้หายไป อย่างไรก็ตามตนไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ แต่ก็อยากจะให้เป็นอุทธาหรณ์กับคนอื่นๆ ว่าอย่าไปหลงเชื่อใครง่ายๆ เพราะอาจจะเสียเงินก้อนใหญ่ก็ได้ เพราะกลุ่มที่ก่อเหตุมักจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40