อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

หมอชี้ไข้เลือดออกระบาดหนัก ครึ่งปีแรกดับ62คนแล้ว

แพทย์ชี้ไข้เลือดออกระบาด มียุงลายเป็นพาหะ แนะทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงรอบบ้าน ป้องกันยุงกัดด้วยการนอนในมุ้ง และพบแพทย์เมื่อป่วยพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่าประมาทไข้ลดเสี่ยงช็อกเสียชีวิต พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.36 น.


สืบเนื่องจาก นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจและปอด รพ.วิชัยยุทธ ได้เผยแพร่เคสผู้ป่วยวัย 57 ปี ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง ระบบหายใจล้มเหลว ผงะพบเชื้อราซึ่งปนเปื้อนอยู่ในอากาศลุกลามเต็มปอด นอนรักษาตัวโรงพยาบาล 30 วัน ก่อนจะเสียชีวิต
 
ล่าสุดวันที่ 18 ก.ค. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ที่มาจากน้ำลายของยุงที่ไปกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกมาก่อน เมื่อคนถูกยุงกัดจะได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่อาจจะมีอาการน้อยหรือแทบไม่มีอาการ แต่พบว่าประมาณร้อยละ 2-4 ของผู้ที่ถูกยุงกัดเกิดอาการมากที่เรียกว่า “ไข้เลือดออกเดงกี่” หรือเรียกทั่วไปว่า “ไข้เลือดออก” ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดตามตัว ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ปวดท้อง อาจมีเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ และอาการหนักจนมีภาวะช็อก ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันท่วงทีจะนำไปสู่การเสียชีวิต

โดยจากสถิติกรมควบคุมโรคปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 9 ก.ค. 62 พบว่าสถิติคนป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน 1.6 เท่า ผู้ป่วยเสียชีวิต 62 ราย ซึ่งมีปัจจัยของการเสียชีวิตดังนี้ 1.อยู่ในชุมชนที่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 2.ซื้อยาชุดรับประทานเอง 3.ผู้เสียชีวิตได้รับการรักษาช้า โดยไปรักษาที่คลินิกหลายแห่ง และ 4.มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์

ขณะที่ พญ.ประอร สุประดิษฐ ณ อยุธยา กุมารเวชศาสตร์-โรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า การป้องกันโรคไข้เลือดอออกที่สำคัญ คือ ป้องกันตัวเองและบุตรหลานไม่ให้ยุงกัดด้วยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง ช่วยกันกำจัดทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย เช่น แหล่งน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรไปพบแพทย์เมื่อป่วย เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดตามตัว มีผื่น หรือมีภาวะเลือดออก เช่น จุดเลือดออกตามตัว เพื่อติดตามอาการและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะไข้เลือดออกที่เป็นมากจะมีโอกาสเกิดภาวะช็อกเมื่อไข้เริ่มลด พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ควรประมาท ควรติดตามอาการอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ปวดท้อง ถ้ามีอาการดังกล่าวแม้ว่าไข้เริ่มจะลดลงแล้วควรไปพบแพทย์ วัคซีนไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพดีและมีความปลอดภัย ในผู้ที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้ว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันโรคไข้เลือดออก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีน ในช่วงอายุ 9-45 ปี ที่มีหลักฐานยืนยันว่าเคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกแล้ว.
 
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊กหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC
 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21