อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

รื้อถอน'ปาล์ม'ป่าสงวน แสบปลูกที่ทึบป้องโดรนสำรวจ

ป่าไม้สุราษฎร์ สนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รื้อถอนต้นปาล์มน้ำมัน ลอบปลูกป่าท่าชนะกว่า 200 ไร่ คาดฝีมือนายทุนจ้างชาวบ้านปลูก แสบใช้วิธีปลูกแซมในป่าทึบ ป้องเจ้าหน้าที่ใช้โดรนบินสำรวจจากที่สูง อังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.44 น.


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่สำนักงานสวนป่าท่าชนะ นายสุชาติ ทับเคลียว ผู้อำนวยการสำนักองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้ (ออป.ภาคใต้) ได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกรมป่าไม้ ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้ภาคใต้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี ทหาร มทบ.45 ฝ่ายปกครอง อ.ท่าชนะ ตำรวจ สภ.ท่าชนะ กว่า 200 นาย เข้าตรวจยึดทำลายรื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันที่มีผู้บุกรุกนำไปปลูกในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าชนะ ท้องที่บ้านห้วยเคี่ยม หมู่ 22 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 7 แปลง เนื้อที่รวม 241 ไร่   

นายสุชาติ กล่าวว่า การเข้ายึดทำลายรื้อถอนผลอาสินดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานีในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าชนะ ตามมาตรา 25 แห่ง พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 หลังได้มีประกาศในพื้นที่เป็นเวลา 60 วัน แต่ไม่มีผู้ใดขออุทธรณ์ จึงต้องดำเนินการรื้อถอนทำลาย โดยในพื้นที่ถูกบุกรุกป่าท่าชนะ ทั้ง 7 แปลงมีต้นปาล์มน้ำมันทั้งหมด 3,010 ต้น มีอายุ 4 เดือน 1,810 ต้น และอายุ 1 ปี 1,200 ต้น รวมจำนวน 165 ไร่ ส่วน 76 ไร่ ยังไม่ได้ปลูกพืชผลใดๆ จากทั้งหมดที่ตรวจยึด 241 ไร่



นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในการเข้าตรวจยึดรื้อถอนในครั้งนี้พบว่าผู้บุกรุกน่าจะเป็นกลุ่มนายทุนที่มาจ้างวานให้ชาวบ้านปลูกปาล์มน้ำมัน โดยผุ้บุกรุกจะใช้วิธีการปลูกปาล์มน้ำมันแซมไปในป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าชนะ ซึ่งจะไม่มีการล้มไม้ใหญ่หรือใช้เครื่องจักรกล เพื่อหลบหลีกการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ใช้โดรนบินจากที่สูงสำรวจก็จะไม่พบการบุกรุกเพราะกิ่งใบของไม้ใหญ่จะปิดบังไม่ให้เห็นต้นปาล์มน้ำมันที่ผู้บุกรุกเข้าไปปลูก ซึ่งการตรวจยึดครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีเดินเท้าก่อนพบว่ามีการบุกรุกเข้ามาในป่าสงวนจำนวนกว่า 200 ไร่ แต่ละแปลงจะไม่มีการปลูกริมถนน จะไปเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันแซมไปกับไม้ยืนต้นต่างๆ ในสวนป่าเป็นแนวยาว คาดว่าหากปาล์มน้ำมันมีอายุมากขึ้นผู้บุกรุกจะเริ่มแผ่วถางตามแนวของต้นปาล์ม ก่อนที่จะทำให้ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ยืนต้นตายไปเอง แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเสียก่อน จึงทำให้ป่าสงวนแห่งชาติไม่ถูกทำลายเสียหายมากเกินไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    58%
  • ไม่เห็นด้วย
    42%

บอกต่อ : 42