อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562

หวั่นเด็กคิดว่าลูกโป่งลอยน้ำ เผลอจับแมงกะพรุนหัวขวด

จังหวัดสงขลาเตือนนักท่องเที่ยว ระวังถูกพิษแมงกะพรุนหัวขวด ปวดแสบปวดร้อน ชี้เวลาอยู่ในน้ำลักษณะเหมือนลูกโป่งสีฟ้า เด็กน้อยเห็น วิ่งไปจับโดยไม่รู้พิษภัย ระบุหากถูกพิษให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างอย่างเดียว ก่อนรีบพาไปหาหมอ อังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 07.40 น.

ความคืบหน้ากรณี พบแมงกะพรุนหัวขวดมีพิษแต่ไม่ร้ายแรง บริเวณชายหาดแหลมสมิหลา ซึ่งล่าสุดมีเด็กสาวชาวต่างชาติวัย 7 ขวบ ถูกพิษแมงกะพรุนตามร่างกายจนต้องส่งโรงพยาบาล โดยแมงกะพรุนชนิดดังกล่าวจะระบาดหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา เพื่อสำรวจปริมาณแมงกะพรุนว่ามีมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเก็บตัวอย่างแมงกะพรุนหัวขวดที่ถูกคลื่นซัดเกยหาดไปตรวจสอบด้วย โดยในช่วงเช้าถึงเที่ยงวันพบปริมาณค่อนข้างน้อย เนื่องจากอยู่ในภาวะน้ำขึ้นน้ำลงและคลื่นลมที่พัด





ภายหลัง นายสันติ นิลวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ เปิดเผยว่า ในปี 2558 ได้เริ่มพบแมงกะพรุนหัวขวดระบาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ โดยแมงกะพรุนชนิดนี้ จะมีลักษณะคล้ายลูกโป่งสีฟ้าและลอยน้ำ เด็ก ๆ เล่นน้ำจะคิดว่าเป็นลูกโป่ง พอไปจับเล่นก็จะถูกพิษของแมงกะพรุนทันที อย่างไรก็ตามพิษของแมงกะพรุนหัวขวด ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้เจ็บปวดได้ ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง นำป้ายมาปักเตือนและวิธีการรักษาหากโดนแมงกะพรุนพิษติดตั้งไว้บริเวณชายหาดแล้ว





"...สำหรับวิธีช่วยเหลือผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุน ให้ราดด้วยน้ำส้มสายชูบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุนให้ทั่ว ห้ามใช้น้ำจืดล้างโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะไปกระตุ้นกระเปาะพิษให้เพิ่มมากขึ้น ห้ามถู หรือขยี้ เพราะจะยิ่งทำให้พิษกระจาย เลี่ยงการใช้เทคนิคพันรัดแน่นด้วยผ้ายืด จากนั้นให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการโดยเร็ว...." นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ กล่าวทิ้งท้าย.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21