อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

สาวซื้อทองร้านดังเพิ่งรู้เป็นของปลอมแถมไม่รับผิดชอบ

หลงเชื่อว่าของแท้มาเกือบปี ! สาวโร่แจ้งตำรวจซื้อสร้อยข้อมือทองคำร้านทองชื่อดังเป็นของปลอม ปัดหน้าตาเฉยแม้มีใบรับประกันยัน อ้างพนักงานที่ขายให้ออกไปแล้วร้านไม่เกี่ยว พฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 20.56 น.

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. น.ส.อทิตยา เจตภักดีสกุลจริง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่30 / 2 ซอยนาคบำรุง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ได้นำสร้อยข้อมือทองปลอมน้ำหนัก 1 บาท เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อมรวัฒน์ ปานดี  สว(สอบสวน) สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรีว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเองได้ไปซื้อทองรูปพรรณ ที่ห้างทองแห่งหนึ่ง  ในห้างชื่อดังใจกลางเมืองศรีราชา ซึ่งในวันดังกล่าวทางร้านทองได้จัดโปรโมชั่นทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมากและมีพนักงานขายของในร้านทองจำนวนหลายคน  ซึ่งตนเองได้นำแหวนทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 2 วง ไปเปลี่ยนเป็นสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น และพนักงานของร้านได้ชั่งน้ำหนักพบว่ามีน้ำหนัก 15.2 กรัม หลังซื้อทองเสร็จก็เดินทางกลับบ้านทันที และนำทองไปเก็บไว้อย่างดี แม้แต่คนในบ้านยังไม่รู้เลยว่าตนเองเก็บสร้อยทองไว้ที่ไหน จนกระทั่งมาวันนี้ตนได้นำสร้อยข้อมือที่ซื้อมาจากทางร้านไปขายกับร้านเดิม แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่าทองคำดังกล่าวไม่ใช่ของทางร้าน ทั้งที่มีใบรับประกันสินค้าของทางร้าน ออกโดยพนักงานขาย  ซึ่งทางร้านชี้อ้างว่าพนักงานที่ขายทองคำให้ได้ออกไปนานแล้ว ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายจึงเดินทางมาแจ้งความดังกล่าว
 


น.ส.อทิตยา กล่าวต่อว่า ในวันที่เกิดเหตุได้มีลูกค้าเข้ามาในร้านทองเยอะแยะมาก เป็นไปได้หรือไม่ว่าพนักงานคาดจะอาศัยช่วงที่คนเยอะ จึงสับเปลี่ยนสร้อยทองปลอมใส่กล่องให้ตนเอง และตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรรับเสร็จก็ใส่กระเป๋าเลย โดยไม่ได้ตรวจว่าใช่สร้อยทองที่ชั่งน้ำหนักหรือไม่ หลังแจ้งความเสร็จตำรวจชุดสืบสวนสภ.ศรีราชาได้พาน.ส.อทิตยา ไปที่ร้านทอง แต่ร้านทองปฏิเสธที่จะให้นักข่าวถ่ายภาพ แจ้งว่าพนักขายทองให้ผู้เสียหายได้ออกไปนานแล้วเนื่องจากไม่ผ่านมาตราฐานการทำงาน ขณะร้านค้าที่อยู่ใกล้กับร้านทองดังกล่าวได้มากระซิบผู้เสียหายว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้  ซึ่งชุดสืบสวน สภ.ศรีราชา จะได้รวบรวมข้อมูลเพื่อหาแนวทางในการสืนสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ต่อไป.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 23.23K