อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

กก.โรคติดต่อฯไฟเขียว ฉีด'ซิโนแวค'ให้อายุ60ปีขึ้นไป

กก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียวฉีดวัคซีนซิโนแวค ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป ออก ก.ม.ลูกลดค่าปรับ ไม่สวมหน้ากากอนามัยออกนอกบ้าน ร่วมมือเอกชนลุยฉีดวัคซีนแรงงาน 16 ล้านคน ตั้งจุดฉีดในโรงงาน-ศูนย์ประชุม ศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.34 น.

 
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล นองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 ว่า ในปลายเดือน พ.ค.นี้ จะมีการกระจายวัคซีนฉีดจำนวนมาก ดังนั้นคณะกรรมการฯ มีมติ 3 เรื่อง คือ 1.กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ภาคเอกชน จะมาร่วมในการฉีดวัคซีนในประชากรวัยแรงงานรวม 16 ล้านคน โดยมีสํานักงานประกันสังคม และทางจังหวัดเป็นผู้รวบรวมจำนวนและรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ยังจะมีการเพิ่มจุดฉีดวัคซีน ที่นอกเหนือจากสถานพยาบาลของรัฐ ในกรุงเทพฯ 82 แห่ง และต่างจังหวัดประมาณ 300 แห่ง โดยคุณสมบัติเบื้องต้นจะต้องมีการดูแลในเรื่องของระบบสุขาภิบาล เรื่องการระบายอากาศ มีระบบการเฝ้าระวังอาการหลังการฉีด 30 นาที และการให้การช่วยเหลือหากกรณีมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น อาทิ ตั้งในโรงงาน ศูนย์การประชุม ลักษณะคล้ายกับ รพ.สนาม อนาคตอาจจะมีการดำเนินการฉีดผ่านรถโมบาย
 
2. คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบแนวทางในการฉีดวัคซีนของซิโนแวค ให้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของต่างประเทศจีนมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว จากนี้ จะส่งเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไปจึงจะดำเนินการฉีดในกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้
 


3. คณะกรรมการฯ มีความเห็นชอบให้ออกอนุบัญญัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ในเรื่องของการเปรียบเทียบปรับกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเวลาออกนอกเคหสถาน โดยจะมีการอนุโลม ยกเว้น และการลดค่าปรับตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนแต่ยังยืนยันว่าขอความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาต้องออกนอกบ้านหรือไปในที่ที่มีคนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานตามกฎหมายเพิ่มเติมคือข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
"นอกจากสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ยังมีมาตรการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ ยังเป็นมาตรการสำคัญ ทำให้ผ่านวิกฤติโรคระบาดได้อย่างรวดเร็ว" นายอนุทิน กล่าว
 


ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับค่าปรับที่มีการหารือการคร่าวๆ จะแบ่งเป็นการกระทำผิดครั้งแรกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากมีการกระทำผิดซ้ำจะปรับตั้งแต่ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท และถ้ายังมีการกระทำผิดอีกก็จะปรับในหลักหมื่นแต่ไม่เกิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดจะต้องมีการหารือเพื่อวางโครงร่างที่ชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้ การจับปรับไม่ได้หวังเงินทองของประชาชน แต่เพื่อเป็นการป้องปรามให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

ความคิดเห็น