อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

"เลขาฯ สมช."ลั่นไม่เสียเวลาโต้เฟคนิวส์"ทักษิณ"ยันมุ่งให้ข้อมูลที่แท้จริงกับปชช.

"เลขาฯ สมช." ชี้ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวเป็นทางเลือกสุดท้าย เผย "บิ๊กตู่" กำชับเฝ้าระวังแนวชายแดนสกัดโควิดสายพันธุ์บราซิล-แอฟริกา ตั้งเป้าฉีดใน กทม. 6 ล้านคน ภายใน 4 เดือน วันละ 6 หมื่นคน พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 16.11 น.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงกรณีได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีแนวทางดำเนินการอย่างไร ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. มีความหว่งใยประเด็นต่างๆ มาโดยตลอด ที่ผ่านมาตนก็คอยนำเสนอข้อมูลเมื่อมีนโยบายลงมาตนก็รับไปดำเนินการ การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก็เพื่อให้มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการ ส่วนที่มีคนเป็นห่วงเรื่องการซ้ำซ้อนนั้น ตนอยู่ในคณะกรรมการต่างๆ ของ ศบค. หลายชุดที่คอยดูแลไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อนกัน 

เมื่อถามว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ศบค. ใช้ทหารมารบกับโรคแทนแพทย์ พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า การดำเนินงานของ ศบค.มีหลายส่วน ไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว อย่างการระวังชายแดนก็เป็นของงานด้านความมั่นคง ด้านที่เกี่ยวกับการแพทย์ก็เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข หน้าที่ที่ตนได้มาก็เพื่อประสารการปฏิบัติ การรักษาโรคและป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อถามถึงการควบคุมการแพร่ระบาดใน กทม. พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า นายกฯ แต่งตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ขึ้นมา ซึ่งจะวางโครงสร้างไปถึงระดับเขตเพื่อให้การดำเนินการได้ด้วยตัวเอง 

เมื่อถามว่าจนถึงวันที่ 14 พ.ค. ถ้าการระบาดตัวเลขยังเท่าปัจจุบันหรือสูงขึ้นเล็กน้อย ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติม พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีมาตรการออกมาจะฟังกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักซึ่งจะวิเคราะห์ว่าสาเหตุมาจากอะไร เมื่อใกล้ครบมาตราการ 14 วันก็ต้องมาประเมินอีกครั้ง ส่วนจะมีแนวโน้มไปถึงล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวหรือไม่นั้น เรื่องนี้นายกฯ ห่วงใยมากให้นโยบายให้ ศบค.พิจารณามาตรการอย่างรอบคอบให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ดังนั้นมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้ายหากไม่สามารถหยุดยั้งได้จริงๆ เบื้องต้นไม่มีความคิดถึงเรื่องนี้ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงกรณีการเฝ้าระวังตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันโควิดสายพันธุ์บราซิลและแอฟริกา รวมถึงที่พบในสถานกักกัน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงและมหาดไทยในการเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และแม้จะเข้ามาอย่างถูกกฎหมายก็ตามต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง ขณะที่ในกรณีสถานกักกันแม้จะมีการขยายเวลากักตัวเป็น 14 เช่นเดิมแล้ว แต่ในส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จะมีมาตรการติดตามหลังออกจากสถานกักกันแล้ว พร้อมขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงสัมผัสคนอื่นอีกอย่างน้อย 14 วัน

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยนำร่องภูเก็ตวันที่ 1 ก.ค. ยังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ว่า ถ้าให้ตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ศบค.จะพยายามทำให้เป็นไปได้ แต่ต้อง มีการประเมินสถานการณ์ในห้วงเวลานั้นอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันนายกฯ ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการเร่งฉีดวัคซีนให้กับพื้นที่แพร่ระบาดและพื้นที่เศรษฐกิจเป็นอันดับแรก เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวมีความพร้อม เช่น ภูเก็ต สมุย และพัทยา 

เมื่อถามว่า การปิดสถานที่ต่างในพื้นที่ 6 จังหวัดจะมีการปิดต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนหรือไม่ และเคอร์ฟิวจำเป็นหรือยังในพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด เลขาฯ สมช. กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องฟังสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักว่าจะมีความเห็นอย่างไรหลังมีการสอบสวนโรคแล้ว ซึ่ง ในทุกวันก็จะมีการชี้แจงให้ทราบว่าแต่ละช่วงเวลามีสาเหตุการแพร่ระบาดจากอะไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นกระทรวงสาธารณสุขก็จะมาวิเคราะห์ว่าเมื่อครบ 14 วันแล้วจะทำอย่างไรต่อ

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงกรณีการฉีดวัคซีนในชุมนุมคลองเตย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผู้นำชุมชนที่เป็นหัวคะแนนของการเมืองจัดลำดับคิว ว่า ได้รับทราบข้อมูลในลักษณะนี้แล้วและได้สอบถามไปยังหน่วยงานในพื้นที่ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น อีกทั้งเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ศปก.ศบค. ได้เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ เขต และหน่วยงานสาธารณสุข ให้เน้นในเรื่องนี้เป็นพิเศษโดยให้มองด้านความเสี่ยงการติดเชื้อเป็นหลัก พร้อมกำชับว่าอยากให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ถ้ามีอีกก็จะให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปช่วยสนับสนุนในการดำเนินการ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงแผนการฉัดวัคซีนในพื้นที่สีแดงเข้มนอกจากให้กลุ่มเสี่ยงแล้ว จำเป็นต้องฉีดให้คนหนุ่มสาวด้วยหรือไม่ ว่า นายกฯ สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (5 พ.ค.) โดยให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งคนวัยทำงานด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนมีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือคนมีโรคประจำตัว เพราะปัจจุบันมีพื้นที่เสี่ยงและประชาชนคนทั่วไปมีความเสี่ยง นายกฯ จึงให้สาธารณสุขพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดสรรให้คนกลุ่มอื่นด้วย

เมื่อถามว่า การฉีดวัคซีนใน กทม.ตั้งเป้าจะฉีดให้ได้ยอดเท่าไหร่ ภายในเมื่อไหร่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นนโยบายนายกฯ ว่า ต้องมีการฉีดวัคซีนให้คนไทย 50 ล้านคนภายใน 1 ปี ถ้านับจากนี้เหลือเวลา 8 เดือน ดังนั้น ศบค.วางแผนว่า 4 เดือนแรก ควรฉีดให้ได้เข็มแรก โดยใน กทม.มีประชากรของ กทม.และประชากรแฝง เมื่อคิดแล้วคาดว่าควรฉีดให้ได้ 6 ล้านคน ภายในเวลา 4 เดือน เมื่อประมาณการสมควรฉีดให้ได้วันละ 60,000 คน โดยได้ให้กรอบนี้ กทม. เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนว่าใน 50 เขตไปกำหนดจุดฉีดวัคซีนได้กี่จุด

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและฝ่ายการเมืองออกมาให้ข้อมูลเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ ที่ล่าสุดทั้งองค์การอาหารและยา (อย.) และบริษัทไฟเซอร์เองก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง ว่า เราจะไม่มาเสียเวลากับข่าวที่ไม่เป็นความจริง และพยายามสร้างการรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงให้กับประชาชน โดยจะเห็นว่าที่ผ่านมาการแถลงของ ศบค. จะเชิญหมอและผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัคซีนมาพูดให้ประชาชนรับทราบและเชื่อดังนั้นย้ำว่า ศบค.พยายามให้ข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชนเป็นหลัก

"นายกฯ ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในการแพร่ระบาดในระลอกนี้ เพราะมีการระบาดในกลุ่มคนทำงานและคนทำกิจกรรมในสังคม นายกฯ จึงมีความห่วงใยเป็นอย่างมาก และเป็นการติดเชื้อภายในครอบครัว จึงขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังอย่างเข้มงวดในช่วงนี้ก่อน โดยนายกฯ ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขเร่งรัด จัดหาวัคซีนให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและเร่งรัดฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ซึ่งในปลายเดือน พ.ค. และ มิ.ย.นี้ วัคซีนจะเข้ามาอีกจำนวนมาก" เลขาฯ สมช. กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น