อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

สธ.คุมเข้มอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์

สธ.จับมือ ตร.คุมเข้มอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ สั่งเตรียมระบบสาธารณสุขรองรับ พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 18.20 น.


เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมรองรับการบาดเจ็บ เสียชีวิตบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่อาจจะมาขึ้น 2 เท่า เพราะมีการเดินทางมาก และสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็ว เมา ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จึงให้พื้นที่วิเคราะห์ และชี้เป้าจุดเสี่ยงเพื่อวางแผนแก้ไข ต่อไป รวมถึงเตรียมพร้อมสถานการณ์ และระบบส่งต่อ และบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น โดยเฉพาะการไม่ขายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ร่วมตั้งด่านชุมชน/จุดสกัด ให้ อสม.ร่วมกันกรองด้วย และเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด
 
ทั้งนี้ เตรียมหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทุกระดับไว้แล้ว 8,255 หน่วย รถปฏิบัติการฉุกเฉิน 20,338 คัน รวมทั้งหน่วยปฏิบัติการทางอากาศและทางเรือ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฉุกเฉินทุกระดับ 164,795 คน จัดหน่วยกู้ชีพระดับพื้นฐานและหน่วยปฏิบัติการระดับสูงประจำเส้นทาง กรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตรับบริการที่ รพ.ใกล้ที่สุด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่ ดำเนินการเจาะเลือดตรวจระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุ ตามการร้องขอของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีที่ไม่สามารถเป่าลมหายใจผ่านเครื่องตรวจได้ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 ทุกครั้งที่ลงปฏิบัติงาน ณ จุดเกิดเหตุ และในโรงพยาบาล
 
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดมาตรการช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย. สั่งการให้ตำรวจกว่า 8 หมื่นนายอำนวยความสะดวกการจราจร เปิดเส้นทางหลักมอเตอร์เวย์ใหม่สายบางปะอิน-โคราช และอีกหลายเส้นทาง และร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกรมการขนส่งทางบก จัดโครงการขับขี่ปลอดภัย มั่นใจไร้แอลกอฮอล์ คุมเข้มเมาแล้วขับ ดำเนินคดีเมาแล้วขับทุกราย ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทั้งผู้ขับที่มีสติและไม่มีสติ ดำเนินการเอาผิดไปถึงร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการจำหน่ายในเวลาที่ห้ามและสถานที่ห้ามรวมถึงบุคคลต้องห้าม โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมตั้งจุดสกัดตรวจ 3,713 แห่งทั่วประเทศ  
 
ขณะที่ นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้กำหนดมาตรการทั้งการอำนวยความสะดวก โดยจัดรถเสริมให้เพียงพอไม่ให้มีผู้ตกค้าง สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้โดยสาร รับเรื่องร้องเรียน จัดระเบียบสถานที่ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยมีการออกตรวจความพร้อมทั้งสภาพรถ และพนักงานขับรถ ซึ่งดำเนินการทั้งก่อนเทศกาลและระหว่างเทศกาล เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยกับผู้โดยสาร และดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ขอความร่วมมือให้คนบ้านใกล้เดินทางที่หลังและกลับก่อน เพื่อบรรเทาการจราจร.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น