อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

'บิ๊กตู่'ขออย่าตัดทอนประวัติศาสตร์ วอนร่วมสืบสานรักษาต่อยอด

นายกฯ ตัดริบบิ้นเปิดงาน“สวัสดีข้าวสาร”เปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ บอกตื้นตันจนพูดไม่ออกได้เห็นรอยยิ้มทุกคน ย้ำประเทศไทยมีประวัติศาสตร์มายาวนานบนพื้นฐาน 3 เสาหลักขออย่าตัดทอน ชี้สถาบันมียาวนานจนถึงปัจจุบัน ขอร่วมสืบสานต่อยอด ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 16.21 น.


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ถนนข้าวสาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงาน “สวัสดีข้าวสาร” เพื่อเปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตพระนคร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมด้วยประชาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ซึ่งมีประชาชน ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ซึ่งทันทีที่นายกฯ มาถึงได้ทำการกดปุ่ม เปิดฝาถังข้าวสาร เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของถนนข้าวสารแห่งนี้ 

โดยทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึงได้เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีประชาชนบางส่วนให้กำลังใจ รวมถึงนายกฯ ได้ทักทายนักศึกษาที่มาเดินภายในงานโดยได้เข้าไปสอบถามว่าเรียนที่ไหน พร้อมกล่าวว่า "ช่วยๆ กันนะ" จากนั้นได้ชมการแสดงดนตรีสดจากวงคันทรีที่ขอมอบบทเพลง "You are my sunshine" ให้กับนายกฯ 

จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้มีหลายส่วนมาร่วมกันทั้งในส่วนของรัฐบาล พรรคการเมืองและตัวแทนหลายภาคส่วน ซึ่งทุกคนคือคนไทย มีอะไรดีๆ เรามาร่วมกันได้ จึงขอขอบคุณที่ร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิดนี้ที่เราต้องมองหาศักยภาพมาขับเคลื่อนก่อนเหมือนถนนข้าวสาร รวมทั้งเรามีมาตรการผ่อนคลายเรื่อยๆ ซึ่งย้ำว่าวันนี้เราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป จึงขอให้ช่วยกันในมาตรการด้านสุขภาพและการจับจ่ายใช้สอย โดยต้องมีเหตุมีผลมีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราร่วมมือมาตลอด ที่ประเทศไทยร่วมมือกันมายาวนานตลอด 800 ปีไม่ใช่เพิ่งมี และยาวนานมาจนถึงปัจจุบันและต่อไปอีกหลายร้อยปีบนพื้นฐาน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักชัยของประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้โลกของเรามีความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล อากาศเปลี่ยนแปลง ไม่กี่วันนี้ก็จะมีพายุเข้ามา ซึ่งอาเซียนเป็นดินแดนที่ดีที่สุด และเราไม่เคยเจอพายุรุนแรงเหมือนต่างประเทศ ทั้งนี้เราต้องเข้มแข็งปรับเปลี่ยนอะไรบ้างให้สอดคล้องโลกยุคใหม่นิวนอร์มัล ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านต่างๆ วันนี้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามถนนข้าวสารเป็นถนนที่มีชื่อเสียงมาตลอดยาวนาน จึงขอขอบคุณที่ปรับปรุงให้มีความสวยงามแปลกหูแปลกตาขึ้น ซึ่งเราจำเป็นจัดระเบียบและวันนี้เมื่อสถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายแล้วก็ต้องดึงดูดการท่องเที่ยว รวมถึงการใช้จ่ายในระบบมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องปรับงบประมาณลงมาส่วนหนึ่ง เพื่อให้ปรับหมุนเวียนในระบบ ไม่ใช่ว่านายกฯ ช่วยคนรวย แต่ทุกอย่างเป็นห่วงโซ่

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงที่สุดคือเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย อย่าเรียกว่าจน ซึ่งผู้มีรายได้น้อยเราก็ต้องพัฒนาต่อไป อัพเกรดคนเหล่านี้ให้มีชีวิตที่เข้มแข็งและพอเพียง เพราะถ้าใช้จ่ายไม่ระวังก็เป็นปัญหาได้ ย้ำว่าตนเห็นใจผู้มีรายได้น้อยและไม่เคยดูถูกใครอยู่แล้ว

"ไม่รู้จะพูดอะไร มันตื้นตันพอมาเจอสิ่งดีๆ ผมมีความสุข มีความสุขได้พบปะพวกเรา ได้ส่งรอยยิ้มให้กันนี่คือประเทศไทย นี่คือศักยภาพของประเทศไทย มีรอยยิ้ม มีอาหารอร่อยและธรรมชาติที่สวยงาม เราอย่าทำลายสามสิ่งนี้ เราแตกแยกกันไม่ได้แตกต่างกันได้ และวันนี้ก็เตรียมพร้อมเปิดประเทศในช่วงต่อไป รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดแก้ ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ พร้อมการป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งหลายประเทศพยายามทำแบบเราแต่ไม่ทัน แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญที่สุดคือการจับจ่ายใช้สอยมีเม็ดเงินในระบบ จึงต้องจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและเตรียมความพร้อมเปิดประเทศที่จะมีการคลายล็อกและทยอยทำไปเรื่อยๆ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญเราต้องสร้างสตอรี่ เรื่องราว ซึ่งเรามีประวัติศาสตร์ โดยเอาสิ่งดีๆ ให้จดจำ เรามีประวัติศาสตร์เป็นเล่มๆ แต่ก็พยายามตัดทอนออกไป ตนว่ามันไม่ใช่ ต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไปในสิ่งที่ดีๆ ส่วนสิ่งที่ไม่ดีอย่าทำ เพื่อเดินหน้ากันต่อไป ซึ่งวันนี้อยากให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ช่วยถนนข้าวสารและหลายพื้นที่ ซึ่งขอให้ทุกคนช่วยกัน นี่คือประเทศไทยของใครของตนคนเดียวหรือไม่ แต่ประเทศไทยเป็นของทุกคน บ้านเมืองเป็นของเรา ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ประชาชน และทุกคน เราเกิดที่นี่และตายไปตามวัฏจักรชีวิต เกิดและตายกันแบบนี้ และมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถาบันไม่ใช่แค่วันนี้ แต่สถาบันมียาวนานจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นต้องสืบสาน รักษา และต่อยอด ไม่ใช่ทำลายทุกอย่าง ตนขอฝากแค่นี้ และขอช่วยกันส่งรอยยิ้มๆ กว้างให้นายกฯ เห็นหน่อยได้หรือไม่ ยิ้มด้วยความจริงใจ ยิ้มด้วยหัวใจ เป็นรอยยิ้มตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคตต่อไป

จากนั้นภายหลังเปิดงานเสร็จนายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆโดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกนให้ "นายกฯ สู้ๆ" ตลอดเส้นทางซึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอบใจพร้อมชูนิ้วโป้งมือให้เป็นการขอบคุณ

อย่างไรก็ตามภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมมากมายที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย ทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุ อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยประยุกต์ การประกวดวาดภาพ ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หัวข้อ “The Modern Thainess ณ ถนนข้าวสาร” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท นิทรรศการประวัติความเป็นมาของถนนข้าวสาร กิจกรรม workshop สารศิลป์ อาทิ การวาดลายน้ำบนผ้า ปั้นจิ๋ว  การออกร้านจำหน่ายผลงานศิลปะของนักเรียนนักศึกษา ฯลฯ  รวมทั้งการออกร้านค้า ซึ่งเป็นการนำผู้ค้าเดิมที่เคยขึ้นทะเบียนไว้กับทางเขตพระนคร ร่วมกับร้านค้าเฉพาะกิจรวมกว่า 240 ร้านค้า ซึ่งสินค้าจะมีความหลากหลาย ทั้งอาหารคาว-หวาน สินค้า OTOP สินค้าเลื่องชื่อของกรุงเทพมหานคร ฯลฯ  ให้ได้ชิม  ช้อปกัน 

ขณะที่ในวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นวันฮัลโลวีน ได้กำหนดธีมงานในรูปแบบวันฮัลโลวีน ซึ่งจะมีการประกวดชุดวันฮาโลวีนชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท โดยผู้เข้าร่วมการประกวดสามารถลงทะเบียนที่งานได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตศิลปิน Whal & Dolph ในเวลา 22.30-23.30 น. 

สำหรับด้านความปลอดภัย ได้เตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าทุกจุด เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ รวมทั้งมีการตรวจคัดกรองอาวุธและของมีคม และการดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบให้ผู้ที่จะมาท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าบริเวณถนนข้าวสารอีกด้วย

ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมงาน “สวัสดีข้าวสาร” ระหว่างวันที่ 30-31 ต.ค. 63 ตั้งแต่เวลา 14.00-24.00 น. โดยหลังจากนี้ นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถมาเยี่ยมชมบรรยากาศและท่องเที่ยวถนนข้าวสารโฉมใหม่ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-24.00 น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    81%
  • ไม่เห็นด้วย
    19%

บอกต่อ : 4