อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

จากใจ'แม่'เข้าใจ'ลูก'ต้องไปม็อบ ยิ่งไล่มวลชนก็ยิ่งเติบโต

คุณแม่เผยข้อความจากใจ.. เข้าใจ "ลูก" วัยเรียนต้องไปม็อบ ชี้อนาคตเป็นของรุ่นลูกไม่ใช่รุ่นเรา ย้ำฉีดน้ำใส่แค่ไหน ดอกไม้ก็ยิ่งบาน! เสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 เวลา 20.25 น.


จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งโล่พร้อมทั้งฉีดน้ำไล่ผู้ชุมนุม ที่บริเวณแยกประทุมวันจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. โลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์ดพสตืจากคุณแม่รายหนึ่ง ที่ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "หนึ่งในนักเรียนที่ไปม็อบวันนี้คือลูกสาวเรา" ถึงวินาทีนี้แล้ว จุดยืนทางการเมืองของเราเป็นอย่างไรคงไม่สำคัญเท่า วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร ฝั่งหนึ่งมีโล่ แต่อีกฝั่งหนึ่งมีแค่ร่ม ฝั่งหนึ่งที่ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ อีกฝั่งทำได้แค่ยืนต้าน แต่ทนได้ไม่นานก็ต้องวิ่งหนี

และเมื่อน้ำนั้นยกระดับเป็นน้ำผสมสี ผสมแก๊สน้ำตา ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่าส่วนผสมสำคัญของคนที่มาในวันนี้คือนักเรียนและนักศึกษา คนที่คุณบอกนักบอกหนาว่ามีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง "เย็นนี้เพื่อนหนูชวนไปม็อบ" ทันทีที่ข้อความนี้ปรากฎในโทรศัพท์มือถือ เรารู้ทันทีว่า ห้ามไม่ได้ เพราะหนที่แล้ว ก็เป็นเราเองที่พาเค้าเข้าไปในม็อบ เราเป็นห่วงเรื่องเดียวคือความปลอดภัย แต่ก็อุ่นใจเพราะงานนี้พ่อของลูกสาวตามไปดูอยู่ห่างๆ อย่างใกล้ชิด เป็นเราเองที่นั่งทำงาน มอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวตลอดตั้งแต่ช่วงเย็น 



ภาพเจ้าหน้าที่ค่อยๆ เคลื่อนแนวโล่ ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม ถ่ายทอดสดผ่านทุกโซเชียลมีเดีย ราวกับภาพยนตร์ก่อการร้ายที่ฝ่ายดีงามคือคนในเครื่องแบบ เราโกรธจนน้ำตาไหล ห่วงลูกก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่อยากบีบคอมากกว่าคือ ผู้ใหญ่ที่โคตรใจร้าย เราโทรหาลูกหลายครั้ง ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ด้วยเทคโนโลยีขั้นต่ำ 4G ทำให้เรื่องราวในค่ำวันนี้ไม่ได้ดราม่าขนาดแม่-ลูกขาดการติดต่อกันทั้งคืน สุดท้ายแล้ว ลูกก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย ได้พ่อเดินตามไปส่งไม่ห่าง "เรื่องเล่าต่างๆ พรั่งพรูออกมาจากลูกสาว ถึงน้ำใจรายทางต่างๆ ตั้งแต่ลุงแท็กซี่ที่ขับมาส่งจนถึงที่แม้จะเปลี่ยนจุดนัดหมายกะทันหัน รุ่นพี่ต่างโรงเรียนที่เที่ยวหาเทปกาวมาช่วยปิดชื่อสถาบัน ผู้ใหญ่ตามแนวรถไฟฟ้าที่เวียนมาถามอย่างห่วงใยว่าปลอดภัยมั้ย ฯลฯ ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยดูแลลูกเรา"

ตอนท้ายบทสนทนา เราถามลูกคำเดียวว่า "คิดถูกมั้ยที่ไปวันนี้" "ถูกมากค่ะ หนูได้ประสบการณ์มากๆๆๆๆๆ เลย" นางพูดไปก็น้ำตาคลอไป เราก็ดีใจที่วันนี้ลูกขอไปเอง เพราะอนาคตเป็นของเค้า ไม่ใช่ของเรา ฉีดน้ำใส่แค่ไหน ดอกไม้ก็ยิ่งบาน...



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    27%
  • ไม่เห็นด้วย
    73%

บอกต่อ : 76