อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

ก้าวย่างสู่ปีที่59 "พช." มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาชีวิตปชช.

“สุทธิพงษ์” เผยครบรอบก่อตั้งพช. 58 ปีก้าวย่างสู่ปีที่ 59 มุ่งมั่นสร้างชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาคุณภาพชีวิต น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 17.42 น.

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน 58 ปี โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ศ.พิเศษ ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี นายไพโรจน์ พรหมสาส์น นายวิเชียร ชวลิต อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และหน่วยงานภาคี ตลอดจนข้าราชการบำนาญ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมพิธี ณ ห้องสัมมนา 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน

ทั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชนได้ถือเอาวันที่ 1 ต.ค. ของทุกปีเป็นวันก่อตั้งกรม นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2505 ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบับที่10 พ.ศ.2505 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 58 ปี โดยหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน มีการจัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณูปการในการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน กระตุ้นให้ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดเกิดความรักความภาคภูมิใจ ตลอดจนการสร้างขวัญกำลังใจให้เกิดขึ้นในองค์กร มุ่งมั่นสานประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป ภายใต้วิสัยทัศน์ เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565



โดย ศ.พิเศษ ดร.ยุวัฒน์  ได้ให้โอวาทความว่า ขอแสดงความยินดี และภาคภูมิใจกับ 58 ปี ของกรมการพัฒนาชุมชน สิ่งที่ต้องคำนึกถึงในทำงานพัฒนาชุมชน คือ ความรู้และเข้าใจในหลักการปรัชญาการพัฒนาชุมชน การสร้างพลังชุมชนและใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน ปรัชญาดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีนัยลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง กรมการพัฒนาชุมชน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นองค์กรที่มีภารกิจในการบุกเบิกครอบคลุมหลากหลายมิติทั้งด้านสุขอนามัย การเกษตร สวัสดิการสังคม สร้างองค์กรชุมชน ผู้นำชุมชน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าเป็นงานที่ต้องลงมือทำ ออกพื้นที่ ลงหมู่บ้าน ทำงานร่วมกับประชาชน (Work for People) ไม่ใช่งานเพียงเชิงบริหาร ฉะนั้นพัฒนากรต้องอุทิศตัว หากทำงานแล้วอย่าเป็นกังวลเรื่องเวลาหากงานไม่สำเร็จลุล่วง เพราะสิ่งสำคัญคือการดูแล ประชาชน หมู่บ้าน ตำบล อย่างใกล้ชิด อันใดเป็นปัญหาต้องรับมาและประสานบูรณาการเพื่อนำสู่การแก้ไขและพัฒนาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป


ด้านอธิบดีพช. กล่าวว่า “พช.ได้ขับเคลื่อนงานตามภารกิจ  ด้วยการจัดกิจกรรมโครงการสำคัญ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้ โดยดำเนินภารกิจ น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน ซึ่งความสำเร็จในระยะที่ 1 และต่อในระยะที่ 2 ด้วยการทำอย่างต่อเนื่อง จนเป็นวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัว

สร้างความมั่นคงด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง การรณรงค์ส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จนนำไปสู่มติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คนไทยช่วยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายผ้าไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน การดำเนินการส่งเสริมการจ้างงาน นักการตลาดรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ สร้างงาน และเป็นการส่งเสริม ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าถึง การตลาดออนไลน์ได้ เพื่อส่งเสริมการจำหน่าย การพัฒนาการตลาดออนไลน์ สร้างรายได้แก่ชุมชน 



โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งเป็นโครงการตามแนวทางพระราชดำริที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ฐานราก คือ ชุมชน เกิดความร่วมมือร่วมใจ ภาครัฐและองค์กรภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และในปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินงานเพื่อประชาชน จนได้รางวัลถึง 8 รางวัล ได้แก่ รางวัลเลิศรัฐจำนวน 5 รางวัล รางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง จากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 2 รางวัล

และรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2563 จาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจละความหวัง” ด้วยสายใยแห่งพระเมตตา ได้ทรงพระราชทานความห่วงใยต่อความเป็นอยู่วิถีชีวิตที่มีความสุขด้วยธรรมชาติที่สมดุล เติมเต็มความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทร พร้อมทั้งทรงพระราชทานกำลังใจให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน และพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ” อธิบดี พช.กล่าว

“ครบรอบ 58 พช. ย่างก้าวสู่ปีที่ 59 และจะครบรอบ 60 ปี ในปี 2565 เราพร้อมขับเคลื่อน ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข   ให้กับประชาชน อันเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลบรรลุวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อธิบดีพช. กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13