อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

ครม.อนุมัติร่างพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ปรับวิธีแก้ข้อพิพาท ถ้านัดหยุดงานต้องแจ้งก่อน 24 ชม. เพิ่มโทษสหภาพแรงงานที่ไม่มีใบรับรอง อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 17.32 น.


เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และขั้นตอนจากนี้ไปจะส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการไปประกอบการพิจารณาด้วย จากนั้นจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการปรับปรุงพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ที่บังคับใช้มาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยปรับปรุงวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน การห้ามปิดงานหรือการนัดหยุดงาน หลักเกณฑ์การจัดตั้งและการดำเนินงานของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงปรับปรุงอัตราโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์ และสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ  

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีดังนี้ 1.ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน อาทิ การกำหนดระยะเวลาการยื่นข้อเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงที่เกี่ยวกับสภาพการจ้าง ต้องยื่นภายใน 60 วันก่อนวันที่ข้อตกลงเดิมจะสิ้นสุดลง การกำหนดให้ข้อตกลงที่เกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งทำโดยนายจ้างกับสหภาพแรงงาน ซึ่งมีลูกจ้างเป็นสมาชิกเกินกว่า 2 ใน 3 ของลูกจ้างทั้งหมด มีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างทุกคน 2.วิธีระงับข้อพิพาทแรงงานในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ต้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงกันเอง หรือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ดำเนินการประนอมข้อพิพาทนั้น หรือส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยการกระทำอันไม่เป็นธรรมและข้อพิพาทแรงงานเป็นผู้ตัดสิน  3.การปิดงานและการนัดหยุดงาน อาทิ กำหนดให้การปิดงานหรือการนัดหยุดงานในงานที่เป็นบริการสาธารณะ ได้แก่ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล  ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์หรือโทรคมนาคม บรรเทาสาธารณภัย ควบคุมการจราจรทางอากาศ และกิจการอื่นตามที่ประกาศกำหนด โดยฝ่ายที่ปิดงานหรือนัดหยุดงาน จะต้องจัดให้มีบริการสาธารณะขั้นต่ำเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า  4.กำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการกระทำอันไม่เป็นธรรมและข้อพิพาทแรงงาน ที่มีอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธานกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการฯ เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามร่างพ.ร.บ.นี้ 5.ปรับอัตราโทษให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น มาตรา 87 ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา 18 หรือ มาตรา 19 (การปิดงานหรือนัดหยุดงาน) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  มาตรา 90 ผู้ใดเป็นผู้ดำเนินการสหภาพแรงงานที่ยังไม่ได้รับใบรับรองการจัดตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้จัดสัมมนาไตรภาคี เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายนี้ จาก 15 กระทรวงที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 47 แห่ง รวมถึงจัดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแล้ว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16