อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ขีดเส้น"พัสสาพาฎา รีสอร์ท"รุกอุทยานฯเขาแหลม รื้อถอนใน 7 วัน

หากไม่รื้อเองเจ้าหน้าที่จะรื้อให้พร้อมเสียค่ารื้อถอน 2 แสน กลางต.ค.เตรียมสแกนพื้นที่ซ้ำรีสอร์ทใหญ่รุกอุทยานฯไทรโยค ด้านรีสอร์ทจ้างทนายดังระดับประเทศสู้คดี อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 17.21 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการรื้อถอนพัสสาพาฎา รีสอร์ท ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ว่า หลังจากได้เข้าตรวจสอบพื้นที่พัสสาภาฎา รีสอร์ท และติดป้ายประกาศให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการมรดกของ น.ส.จารุภา เดชจินดา เจ้าของรีสอร์ท ที่เสียชีวิตทราบแล้ว เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อครบกำหนดเวลา 7 วัน หากทางรีสอร์ทยังไม่ดำเนินการรื้อถอนเองทางอุทยานฯ เขาแหลม ก็จะเข้าไปรื้อถอนให้และเรียกค่ารื้อถอนจำนวน 2 แสนบาทต่อไป

นายนิพนธ์ กล่าวว่า โดยมูลเหตุในการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวสืบเนื่องมาจากวันที่ 27 ก.ค. 59 หัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมได้รับแจ้งจากประชาชนผู้หวังดีว่า มีอดีตพล.ต.หญิง ได้ดำเนินการบุกรุกอุทยานฯ เขาแหลม และสร้างรีสอร์ทในบริเวณดังกล่าว จึงได้ไปตรวจสอบและดำเนินคดี ตรวจยึด รีสอร์ท 17 หลัง โดยมี น.ส.จารุภา เดชจินดา มาแสดงตัวและยอมรับว่าเป็นเจ้าของ แต่ข่าวเชิงลึกแจ้งว่า น.ส.จารุภา เป็นนอมินี ของอดีต พล.ต.หญิง เจ้าของตัวจริงของรีสอร์ทดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาแหลมไม่สามารถสืบสวนเชื่อมโยงดำเนินการกับ อดีตพล.ต.หญิง เจ้าของตัวจริงรีสอร์ทดังกล่าวได้ เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน



นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า “ต่อมาศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีคำพิพากษา ลงวันที่ 24 ม.ค. 61 พิพากษาว่า น.ส.จารุภา จำเลย มีความผิด จำคุก 6 เดือน และปรับ 30,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี กับให้จำเลยและบริวาร ออกจากป่าที่เกิดเหตุและชดใช้ ค่าเสียหาย สิ่งแวดล้อม ให้กับกรมอุทยานฯ 103,379 บาท ต่อมา น.ส.จารุภา อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษา ยืนโทษจำคุก 6 เดือน ส่วนค่าปรับลดลงเหลือ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกให้กำหนดรอการลงโทษไว้ 2 ปี จำเลยไม่ฎีกาต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว

ผอ.สบอ.3 กล่าวต่อว่า โดยก่อนหน้านี้ได้มีการปิดประกาศแจ้งเตือนให้รื้อถอนรีสอร์ทออกจากพื้นที่อุทยานฯ แล้ว เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ต่อมาทางอุทยานฯ เขาแหลมได้ทราบข่าวว่า น.ส.จารุภา ได้เสียชีวิตลง กองมรดกย่อมตกแก่ทายาทโดยทันที เนื่องด้วยกองมรดก คือทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายที่มีอยู่ก่อนถึงแก่ความตายรวมทั้งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบ การรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว จึงเป็นสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบ ย่อมตกอยู่ที่ทายาทโดยธรรม ของผู้ที่ได้รับมรดกของน.ส.จารุภา หัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมจึงส่งจดหมายประกาศคำเตือนไปให้ทายาทโดยธรรมของ น.ส.จารุภา แจ้งให้ทราบในเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวแล้ว และมาติดประกาศคำเตือนอีกครั้งหนึ่ง



นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมามีรีสอร์ทที่บุกรุกอุทยานฯ ในพื้นที่ สบอ.3 และคดีสิ้นสุดแล้ว ยอมรื้อถอนเองจำนวน 3-4 แห่ง โดยที่กรมไม่ได้เข้าไปรื้อถอนให้ อย่างไรก็ตามกรณีของพัสสาพาฎา รีสอร์ท ที่เจ้าของเสียชีวิตไปแล้วนั้น จึงต้องรอดูว่าจะมีทายาท และกองมรดก หรือผู้รับมอบอำนาจที่จะมารับผิดชอบในการรื้อถอนเองหรือไม่ ถ้าไม่มีทางอุทยานฯ ก็ต้องเข้าไปดำเนินการรื้อถอนให้และเรียกค่ารื้อถอนจากกองมรดกต่อไป
 
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สแกนตรวจสอบพื้นที่ที่มีการบุกรุก และหลายแห่งดำเนินคดีไปแล้ว โดยมี 2-3 รีสอร์ทที่บุกรุกอุทยานฯ ไทรโยค มูลค่ารวมกัน 100-200 ล้าน เป็นรีสอร์ทชื่อดังที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว บางแห่งได้ว่าจ้างทนายที่มีชื่อเสียงระดับประเทศเข้ามารับผิดชอบคดี ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้รื้อถอน และรีสอร์ทหลายแห่งที่อัยการสั่งไม่ฟ้องในยกแรก โดยตนกำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องนี้พร้อมจะนำหลักฐานคำตีความของกฤษฎีกาคณะที่ 7 ไปแสดงต่อศาลและอัยการด้วย โดยในช่วงกลางเดือน ต.ค. จะเข้าไปตรวจสอบและรังวัดพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหาอีกครั้ง.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11