อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

"บิ๊กตู่"ปลุกคนไทยร่วมสร้างสังคมปรองดองสมานฉันท์   

“ประยุทธ์"ย้ำต้องร่วมมือทำให้คนไทยมีความสุข-ปลอดภัย พร้อมสร้างสังคมปรองดองสมานฉันท์ ชี้ก่อนสร้างบ้านเรือนหรือปราสาทต้องวางรากฐานให้แน่น ยึดจุดแข็งประเทศความซื่อสัตย์-รักชาติ-รักแผ่นดิน-ความสามัคคี    จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 10.52 น.


เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษในการประชุมประจำปี 2563 ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ( สศช. )เรื่อง ชีวิตวิถีใหม่ประเทศไทยหลังโควิด โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนรู้ดีว่าเรากำลังเผชิญสถานการณ์ท้าทายอะไรบ้าง สิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อนคือโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก สั่นคลอนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การดำรงชีวิต และสังคมอย่างรุนแรง  เราจำเป็นต้องลดความเสี่ยงในเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไป และเดินหน้าในเรื่องที่เป็นหลักการสำคัญ เดินหน้าแก้ไขปัญหาในอนาคตให้ได้โดยเร็ว ซึ่งต้องคิดไปข้างหน้าและทำงานในเชิงรุก ทั้งหมดเป็นไปแผนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ การประชุมวันนี้ถือเป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศในช่วงเวลานี้ ต้องตั้งหลักและวางแนวทางรับมือวิกฤติวิถีใหม่ โดยปรับตัวเป็นวิถีนิวนอร์มัลให้เร็วที่สุด

"เราต้องร่วมมือกัน ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความปรองดองสมานฉันท์ ทุกคนมีที่ยืน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ว่าเราจะทำอะไรจะก่ออิฐ ก่อหิน หรือถือปูน ขึ้นมาเป็นบ้านเรือนหรือปราสาท จำเป็นต้องวางรากฐานให้แน่น แข็งแรง เราต้องเร่งจำกัดจุดอ่อนที่สำคัญ ทั้งในเชิงโครงสร้าง เร่งสร้างจุดแข็งเดิม และสร้างจุดแข็งใหม่ในอนาคต ส่วนตัวคิดว่าจุดแข็งของไทยคือ คนไทยมีความซื่อสัตย์ รักชาติ รักแผ่นดิน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเราในเรื่องของความรักความสามัคคี เราจำเป็นต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เข้มแข็งมากขึ้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ซึ่งเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล และยังมีโควิด-19 เข้ามาเสริม บวกกับสงครามการค้า ความยากจน การสู้รบของบางประเทศ รวมแล้วคือ สถานการณ์ยังไม่ปกติมากนัก โชคดีที่ประเทศไทยและภูมิภาคไม่มีความขัดแย้งมากมาย เราจึงต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศสามารถอยู่รอดได้ ย้ำว่าประเทศไทยมีศักยภาพมาก เราเป็นประเทศที่รักสงบ เราไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพราะเป็นพื้นฐานของประเทศ หลายประเทศชื่นชม นิยม ยกย่อง ตอนนี้ทุกประเทศล้มหมดจากโควิด แต่ละประเทศต้องหาทางล้มแล้วลุกให้ไว อย่างน้อยต้องยันขาลุกขึ้นมา ไม่ใช่นอนพังพาบ ทุกคนต้องลุกขึ้นมาสู้ด้วยกัน และหาโอกาสจากวิกฤติตรงภายใต้ความรัก ความสามัคคี

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้หยุดไอหลายครั้ง จนต้องกินน้ำพร้อมกับกล่าวว่า ไม่ได้เป็นอะไร เจ็บคอเฉยๆและตรวจมาตลอด จากนั้นนายกฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า 2 ปีข้างหน้าจากนี้ล้มแล้วลุกขึ้นให้ไว เน้นการจ้างงาน เราต้องเน้นกระจายเศรษฐกิจไประดับท้องถิ่น คนไทยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาที่บางทีอาจไม่ได้จากโรงเรียนอย่างเดียว แต่ได้จากครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครูอาจารย์ สอน อบรมมา นั่นคืออัตลักษณ์ความเป็นคนไทยในเรื่องความเรียบร้อย ความสวยงาม ความงดงามในพิธีต่างๆ ในเรื่องมารยาทอะไรเหล่านี้ ทุกคนในห้องนี้จึงได้รับการอบรมเหมือนกัน เป็นผู้น้อยต้องเคารพผู้ใหญ่ มีความรัก สามัคคี เผื่อแผ่แบ่งปัน สิ่งเหล่านี้อยู่ในสังคมไทยมายาวนาน นี่คืออัตลักษณ์ของประเทศ ต้องรักษาไว้ให้ได้

นายกฯ กล่าวด้วยว่า เรื่องประกันสังคมได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพัฒนาในหลายด้าน ซึ่งมีกฎหมายกติการองรับทุกประการแต่เมื่อเกิดโควิด-19 ก็นำมาใช้ลำบากแต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และไม่มีการทุจริต เราต้องพัฒนาคนด้วยจิตใจ ซึ่งจิตใจเป็นอำนาจที่ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ แต่จับต้องได้ด้วยความสงบสุขของบ้านเมือง ขวัญกำลังใจ ที่จะทำให้ประเทศชาติแน่นแฟ้นมีความรัก ความสามัคคี เมื่อมีปัญหาอะไรเข้ามาก็ร่วมกันเผชิญปัญหาได้. 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 6