อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ปชป.ปิดห้องคุย!ปรับยุทธศาสตร์ ประเมินผลงานรมต.

'สาทิตย์'ชี้สัมมนาปชป.พรุ่งนี้ ปิดห้องคุยเฉพาะ รมต.-ส.ส.ปรับยุทธศาสตร์พรรคสู้การเมืองยุคใหม่ รับมือพรรคคู่แข่งเจาะฐานเสียง พร้อมประเมินผลงานรมต.พรรคก่อนชี้ชะตาใครหลุดเก้าอี้ ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.13 น.


เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค.นี้ ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะมีเฉพาะส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคพูดคุยกัน  สำหรับประเด็นในการพูดกันนั้นมีหลายเรื่อง ทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในภาพรวม การเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น และประเด็นที่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราคือเรื่องทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรคในอนาคต รวมทั้งการสะท้อนปัญหาการทำงานในพื้นที่ด้วย  เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่พรรคทำไปนั้นเข้าตาประชาชนหรือไม่ 

“สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างกรณีพรรคอนาคตใหม่ที่เปลี่ยนสภาพไปเป็นพรรคก้าวไกล และมีคณะก้าวหน้าที่เดินหน้าสนามการเมืองท้องถิ่นเต็มที่  ด้านพรรคพลังประชารัฐ มีการปรับเปลี่ยนดุลอำนาจภายในของตัวเองอย่างรุนแรง โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งจะสื่อให้เห็นว่าอำนาจฝ่ายรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงพรรคต่างๆที่แม้ร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่ยังเป็นคู่แข่งที่รุกคืบพยายามยึดฐานเสียงของประชาธิปัตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องมาพูดคุยถึงประเด็นทั้งหมดนี้อย่างจริงจัง ทุกคนต้องเปลี่ยนแว่นตาในการมองการเมืองยุคใหม่ เลิกใช้ประสบการณ์เก่าๆมามองการเมืองในตอนนี้ได้แล้ว”นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวว่า  นอกจากนี้จะต้องพูดคุยถึงเรื่องการบริหารจัดการและความสัมพันธ์ภายในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างรัฐมนตรีและส.ส.ของพรรคจะต้องมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างไร สำหรับเรื่องการปรับครม.ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้นตนคิดว่าคงยังไม่มีการพูดถึงว่าควรจะต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องมาพูดกันคือจะต้องมีการประเมิณผลงานของรัฐมนตรีของพรรคหลังจากได้ทำงานมาแล้วประมาณ 1 ปี 

โดยทำได้ 2ส่วนคือ 1.ประเมินภายนอก อาทิ การทำโพล และ 2.การประเมินภายใน โดยจะมีการประเมินร่วมกันว่ารัฐมนตรีแต่ละคนได้นำนโยบายของพรรคไปดำเนินการมากน้อยแค่ไหนครบหรือไม่  เพราะต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีของพรรคต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างมีวาระของตัวเอง ซึ่งไม่เกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อพรรค ทั้งที่รัฐมนตรีทุกคนถูกส่งไปในนามพรรค ดังนั้นจึงต้องมาประเมิณกันก่อนว่าผลโดยรวมเป็นอย่างไร ส่วนจะปรับใครหรือไม่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง แต่ตนก็ไม่มีรู้ว่าจะมีส.ส.คนไหนเสนอในที่ประชุมสัมมนาว่าจะต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือไม่

“ส่วนตัวมองว่าการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เมื่อทำงานกันมานานพอสมควรระยะหนึ่งแล้ว ไม่มีใครเป็นรัฐมนตรีได้จนกัลปวสาน และถ้าใครคิดว่าเมื่อตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีแล้วไม่มีใครทำอะไรได้ ก็จะเกิดอาการตายใจ ทำให้การทำงานไม่ก้าวหน้า พรรคประชาธิปัตย์จึงมีหลักว่าเมื่อทำงานมาระยะหนึ่งก็ต้องมีการประเมิณผลงานรัฐมนตรี ดังนั้นเราต้องดูว่าการปรับรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลกระทบกับประชาธิปัตย์อย่างไร”นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่าคาดหวังว่าหลังจากกสัมมนาาครั้งนี้แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส.ส.ที่มาร่วมสัมมนาครั้งนี้หลายคนคาดหวังว่า หลังได้พูดคุยกันแล้วพรรคจะมีคำตอบ หมดเวลาที่จะมานั่งบ่นกันเอง เพราะทุกคนกังวลถึงอนาคตของพรรคและคะแนนนิยมของพรรค ขอย้ำว่าเราต้องหันมาพูดคุยเรื่องนี้อย่างจริงจังและเร็วที่สุดเพราะนับจากนี้ไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ และมีปัญหาของประชาชนอีกหลายเรรื่องที่ยังรอการแก้ปัญหา  ส.ส.จึงต้องการสะท้อนให้รัฐมนตรีเปิดหูเปิดตามารับฟังแล้วไปแก้ไข.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 13