อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563

รมว.พม.รับมอบข้าวสาร หน้ากากอนามัยให้กลุ่มเป้าหมาย

พม. รับมอบข้าวสาร หน้ากากอนามัยแบบผ้า และแอลกอฮอล์ จากศิษย์เก่าคณะวิศวฯ สจล. รุ่น 29 และ 32 เพื่อส่งต่อให้กลุ่มเป้าหมายในความดูแลทั่วประเทศ ร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 15.17 น.


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 เม.ย.ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) รับมอบข้าวสาร เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น หน้ากากอนามัยแบบผ้าผ้า และแอลกอฮอล์จากคณะผู้แทนศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่น 29 (ทีมเชียร์-รักบี้-โดม) และรุ่น 32 เพื่อมอบให้กับศูนย์รับบริจาคกระทรวง พม. นำไปใช้ประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายในความดูแลของกระทรวง พม. ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม



นายจุติ กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายในความดูแลของกระทรวง พม. และวันนี้ (1 เม.ย.63) มีผู้แทนศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่น 29 (ทีมเชียร์-รักบี้-โดม) นำโดยนายทศพล ผลมั่ง นายสุรชาติ สุวรรณโฆษิต และนายชัยพจน์ ตันตระวิวัฒน์ ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ได้แก่ ข้าวสาร จำนวน 8 ตัน อาหารแห้ง(น้ำพริก) จำนวน 1,080 กระปุก และ ชุด PPE จำนวน 20 ชุด พร้อมทั้งแอลกอฮอล์ 95% จำนวน 500 ลิตร และหน้ากากอนามัยแบบผ้า จำนวน 200 ชิ้น มามอบให้ศูนย์รับบริจาค กระทรวง พม. นำไปใช้ประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายในความดูแลของกระทรวง พม. ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งใช้สำหรับการดำรงชีวิตเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจบริจาคสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคให้กับกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคกระทรวง พม. หรือติดต่อศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300



นอกจากนี้ กระทรวง พม. ได้ร่วมกับโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ที่จะเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนของการเคหะแห่งชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และมีโอกาสขยายไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งนับเป็นก้าวแรกและเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ภาคเอกชนกับภาครัฐได้ร่วมมือกัน และฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เพื่อที่ประเทศไทยจะได้ฟื้นและเดินหน้าต่อไปได้ 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10