อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563

สธ.ฉะยับหน่วยงานไร้ความร่วมมือ หลังพบรถติด-รถเมล์ยังแน่น

สธ.ไม่ปลื้มยอดตัวเลขเพิ่มวันละ 100 กว่าราย ถามกลับ รัฐ-เอกชน ส่งเสริมคนทำงานที่บ้านกี่เปอร์เซ็นต์ หลังพบรถติด-คนโหนรถเมล์แน่น-ลานจอดรถยังเต็ม แนะผู้ป่วยร้อง สบส.เข้าจัดการ หากถูกรพ.เอกชนให้กลับบ้านหลังพบเชื้อ พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 15.20 น.


เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายหลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ตนยังไม่พอใจกับสถานการณ์การระบาดที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การที่ยังมีตัวเลขผู้ป่วยวันละ 100 กว่าราย เราอยากจะถอยตัวเลขกลับไปเหมือนกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ป่วยต่ำกว่า 100 รายต่อวัน ถ้าเป็นไปได้อยากให้กลับไปอยู่เพียงหลัก 10 หรือไม่มีเลย
 
นพ.ธนรักษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาคือวันนี้ที่ภาครัฐขอให้คนหยุดมีกิจกรรมทางสังคม ขอให้หยุดทำงานอยู่ที่บ้าน แล้วหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหน ทำกันกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปรากฏว่าตื่นเช้ามารถก็ยังติดเหมือนเดิม รถเมล์ รถโดยสารสาธารณะ คนยังโหนรถกันแน่น หน่วยงานต่างๆ มีการรองรับเรื่องนี้มากแค่ไหน ที่จอดรถหน่วยงานภาครัฐยังจอดกันเต็มอยู่หมายความว่าอย่างไร

"แต่ต้องชื่นชมบางบริษัทที่ตนได้รับรายงานมามีการให้พนักงานหยุดทำงานที่บ้านถึง 80% นี่คือตัวเลขที่เราต้องการให้คนหยุดทำงานที่บ้าน จริงๆ ทุกที่ต้องให้ได้อย่างน้อยคือ 80% การทำงานเหลื่อมเวลาอยากให้เหลื่อมเวลากันมากๆ เรื่องการจัดการซูเปอร์มาร์เก็ต เห็นในต่างประเทศทำ แต่ไม่รู้จะใช้กับคนไทยได้หรือไม่ ซึ่งในต่างประเทศมีการขยายเวลาเปิด เพื่อไม่ให้คนแห่กันไปซื้อจนแน่น แต่ที่ไทย กลับพบคนแห่กันไปจำนวนมาก" นพ.ธนรักษ์ กล่าว.
 
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รพ.เอกชนไม่รับรักษาผู้ที่ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 มีอาการน้อยไว้ในรพ. นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อตกลงกันมานานแล้วว่า รพ.เอกชนต้องรับผู้ป่วยไว้ดูแล ถ้าจะส่งต่อก็ต้องประสานไม่ใช่ให้กลับบ้าน หรือพอมาตรวจแล้วให้ไปรอฟังผลที่บ้าน ถ้าเจอแบบนี้ให้แจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าไปดำเนินการเลย
 
สำหรับกรณีที่ระยะนี้มีจำนวนผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านแล้วจำนวนมาก ซึ่งวันนี้ (1 เม.ย.) รักษาหายกลับบ้านได้อีก 74 คน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของไทยเพิ่มขึ้นราว 100 รายต่อวัน นับมาถึงเวลานี้ผ่านมามากกว่า 14 วันแล้ว ก็เป็นตัวเลขที่ตรงไปตรงมาที่ผู้ป่วยจะหายดีกลับบ้านได้ราว 100 รายต่อวันเช่นกัน เพราะอาการของผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะหายใน 1-2 สัปดาห์โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอาการไม่รุนแรง และแนวทางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อของกรมการแพทย์ จะให้ผู้ติดเชื้อแม้มีอาการน้อยจะต้องรับไว้รักษาในรพ.ก่อน 2-7 วัน จากนั้นแพทย์จะประเมินหากไม่มีอาการรุนแรงก็จะย้ายผู้ป่วยไปอยู่หอพักหรือโรงแรงที่จัดไว้ในการดูแลผู้ป่วยจนครบ 14 วัน หากหายดีก็จะให้กลับบ้าน
 
เมื่อถามถึงกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย บนรถไฟนั้นที่จริงแล้วโรคโควิด-19 ทำให้เกิดอาการเฉียบพลันได้หรือไม่ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังต้องมีการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน เพราะผู้ป่วยมีโรคประจำตัว แต่โรคโควิด-19 อาจจะมีส่วนได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการสอบสวน

ส่วนกรณีที่ต่างประเทศมีการระบุว่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการแพร่กระจายทางอากาศ เพราะมีผู้ป่วยพร้อมกันจำนวนมาก นั้นตนยังยืนยันว่าการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาฯ ยังเป็นการแพร่ทางละอองฝอยน้ำลายเหมือนเดิม แต่การที่พบผู้ป่วยพร้อมกันจำนวนมากแบบนั้นเรียกว่าเป็นการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ติดเพราะอยู่รวมกันจำนวนมาก.
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34