อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

ป.ป.ช.ฟัน'จารุพงศ์'หนุนนปช.ปลุกปั่นแบ่งแยกประเทศ

 “ป.ป.ช.”ฟัน "จารุพงศ์" ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปมปราศรัยหนุนแกนนำนปช. ปลุกปั่นแบ่งแยกประเทศ-ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ส่วน"ตู่-เต้น-วีระกานต์" ส่ง สตช.สอบข้อเท็จจริง ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.23 น.


เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กรณีปราศรัยในงาน “นปช.ลั่นกลองรบ” ที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา โดยถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีการยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบในประเทศ โดยพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2557กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดการชุมนุมโดยการใช้ชื่อว่า นปช.ลั่นกลองรบ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีนายจารุพงศ์ ผู้ถูกกล่าวหากับพวก13 ราย เข้าการปราศรัย ได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย ถ่ายทอดสดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วประเทศ ลักษณะปราศรัยแบ่งแยกประเทศ รวมตัวปิดล้อมองค์กรอิสระต่าง ๆ 

ซึ่งนายจารุพงศ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรักษาการ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางถึงที่ชุมนุม รับทราบแนวทางของกลุ่ม นปช. และกล่าวปราศรัยด้วยถ้อยคำลักษณะเห็นด้วย และแนวทางของ นปช. โดยนายจารุพงศ์ พร้อมที่จะสนับสนุน หรือส่งเสริมให้ผู้ร่วมชุมนุมกระทำการตามแนวทางแกนนำ นปช. ปราศรัย จึงอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกิดความขัดแย้งแตกแยก และมีลักษณะแบ่งแยกประเทศ ตามที่กล่าวปราศรัยไปก่อนหน้านี้

“ปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่า หลังการปราศรัยเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2557 ดังกล่าว มีกลุ่มบุคคลนำป้ายผ้าไวนิล ในลักษณะขอแบ่งแยกประเทศ เป็นประเทศล้านนา ติดประกาศในสถานที่ต่าง ๆ เช่น พิษณุโลก เชียงราย พะเยา และ กทม. ซึ่งฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย และมีกลุ่มบุคคลถูกดำเนินคดีด้วย” นายวรวิทย์ กล่าว
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดชุมนุมในลักษณะเดียวกันอีกที่ สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรราชธานี ใช้ชื่อว่า นปช.ลั่นกลองรบ ครั้งที่ 1 กล่าวปราศรัยโจมตีองค์กรอิสระ และคำตัดสินของศาลแพ่ง โดยมีการกล่าวตอนหนึ่งว่า “อาจมีการเคลื่อนกำลังพลเข้าไป กทม.”

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายจารุพงศ์ ในฐานะรักษาการ รมว.มหาดไทย มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน อำนวยความเป็นธรรมของสังคม และความมั่นคงภายใน แต่กลับปราศรัยยุยงส่งเสริม กระทำการตามแนวทางของ นปช. ตามข้อเสนอมุ่งก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองของกลุ่ม นปช  ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรค ให้ยังคงเป็นรัฐบาลต่อไป โดยนายจารุพงศ์ ละเว้นไม่ดำเนินการ สั่งการตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ยับยั้งป้องกันเหตุการณ์จนเกิดความวุ่นวาย การกระทำของนายจารุพงศ์ มีมูลความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด รวมถึงกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 116 (1) (3)

ทั้งนี้สำหรับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นรวม 13 ราย เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าร่วมชุมนุมและกล่าวปราศรัยนั้น เป็นเรื่องนอกหน้าที่ราชการ และกรณีของผู้ถูกกล่าวหาอื่นที่มิได้มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    26%
  • ไม่เห็นด้วย
    74%