อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

'บิ๊กตู่'อ้อนนักธุรกิจ"อย่าทิ้งกัน"ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่ง

"บิ๊กตู่"ระบุต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนาประเทศ วันหน้าอาจสลับไปนั่งดู ย้ำช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ใช่เรื่องง่ายวอนอย่าโจมตี-มาทำถอยหลัง ขออย่าทิ้งกัน เสียดายที่ทำมา 5 ปี แต่ถ้าถูกทิ้งก็ไม่ยึดติด อังคารที่ 28 มกราคม 2563 เวลา 08.33 น.


เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด"Smart Office & smart Service" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนี่งว่า หลังจากตนได้ฟังนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานแล้ว คิดว่าถ้าลงสมัครเป็นผู้แทนตนเองก็จะเลือก วันหน้าตนอาจนั่งดูข้างล่างสลับกัน เพราะวันนี้เราต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตามวันนี้เราต้องคิดว่าจะช่วยกันได้อย่างไร สิ่งที่อยากถ่ายทอดคือตนคิดอะไร ซึ่งตลอด5 ปี ได้ศึกษารายละเอียด อ่านหนังสือและติดตามจากต่างประเทศ เมื่อเป็นนายกฯ ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับบริบทของประเทศเรา ซึ่งแต่ละประเทศมีบริบทที่ต่างกันทำอย่างไรจะหาจุดร่วมให้ได้ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่เป็นโลกไร้พรมแดน เป็นประชาคมโลกที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดด้วยความเจริญเติบโตทางเทคโนโลยี ดังนั้นขณะที่กำลังเดินหน้าก็จะมีปัญหา เกิดวิกฤตและโอกาสมาตลอด ซึ่งย้ำว่าวันนี้และวันก่อนแตกต่างกัน ส่วนวันหน้าก็ต้องต่างจากวันนี้ ดังนั้นต้องคิดหาทางปฏิบัติที่เหมาะสมและเป็นไปได้ โดยเฉพาะเราเป็นรัฐบาลใหม่ที่มาจากหลายพรรคการเมือง ทั้งนี้ตนไม่ประกาศว่ารู้เก่งกว่าใคร แต่จะแสวงหาแนวทางขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ให้ได้ผล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้สิ่งสำคัญต้องทำความประชาชนเข้าใจไม่เช่นนั้นขัดแย้งและมีปัญหาตลอด และอย่าลืมว่าช่วงนี้ที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบเป็นอย่างมาก หากไม่ร่วมมือโจมตีกันไปมาก็ไม่เกิดอะไรทั้งสิ้น มีแต่จะถอยหลัง ดังนั้นวันนี้ขอให้ช่วยกันอธิบายและทำความเข้าใจ เพื่อให้คนเตรียมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ไว้ด้วย นอกจากนี้เราต้องการควมมร่วมมือสมัครสมานสามัคคี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ตนพูดเยอะและโดนด่ามาเยอะ แต่ทุกอย่างมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ หลายอย่างบังคับด้วยอำนาจทางกฎหมายและอำนาจบริหารไม่ได้

ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง นายกฯ กล่าวด้วยว่า ถ้าตนพูดไม่ถูกให้บอกมาว่านายกฯ พูดไม่ถูกใช้ไม่ได้

"วันนี้เราร่วมชะตากรรมกันมาเยอะแล้ว ทั้งชื่นชม ทั้งถูกบ่นและถูกว่า แล้วเราจะทิ้งกันไปได้อย่างไรเราก็ทิ้งท่านไม่ได้ท่านก็ทิ้งผมไม่ได้เหมือนกันใช่ไหม หรือจะทิ้งก็ตามใจท่าน ผมไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เพราะผมไม่ยึดติดอะไรทั้งนั้น เพียงแต่อยากให้มันสำเร็จในเมื่อเราลงทุนลงแรงกันมาถึงขนาดนี้ 5 ปีแล้ว แล้วทำไมไม่สงสัยกลับมาว่า ทำไมไม่สำเร็จ 5 ปีที่ผ่านมาผมอยากจะรู้ รู้ไหม ถ้าท่านไม่รู้ผมก็ไม่รู้ มันไม่สำเร็จเพราะยากง่ายต่างกัน แต่ข้อสำคัญจะทำกันหรือเปช่า เราจะสู้กันต่อไหม เรามีแรงศรัทธาต่อกันไหม ผมศรัทธาต่อท่าน ท่านจัดการต่อผมต่อรัฐบาลและครม. ศรัทธาซึ่งกันและกัน ใจสู้หรือเปล่าสู้ไหม" นายกฯ กล่าว

เมื่อถึงช่วงนี้มีเสียงจากผู้ร่วมงานภายในห้องตอบกลับว่า "สู้" ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า "เลยกลายเป็นมาหาเสียงแข่งกับนายสุพันธ์ หรือเปล่า วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำต่อทั้งหมดไม่มีใครรุ่นไหนทำได้ทีเดียว เพราะมีการพัฒนามากี่ยุคกี่สมัย"

จากนั้นในช่วงท้าย นายกฯ กล่าวฝากถึงสื่อที่นั่งหลังห้องว่า "วันนี้สาระทั้งหมดเป็นเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ใช่เรื่องการเมืองข้างหลังจำไว้ด้วยว่าพูดเรื่องอะไร อย่ามาถามอีกความขัดแย้งถามได้ทุกเรื่อง ถามทุกที่ พอพูดผิดตรงไหนก็เอาแล้ว นั่นแหละทำลาย ประเทศกันเองวันนี้ว่าจะไม่โมโหแล้ว"

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    68%
  • ไม่เห็นด้วย
    32%

บอกต่อ : 17