อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

"หมอระวี"ยกรธน.ม.129หนุนออกกฎเหล็กคุมเข้มกมธ

“หมอระวี” ยก รธน.ม.129 วรรคสอง รองรับ “ชวน” ออกกฎเหล็กคุมเข้มกมธ. ห้ามเชิญมั่ว เชื่อกมธ. 35 คณะทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้าน“ทีมชวน”แจงกฎเหล็กไม่ล้วงลูกแค่ลดความซ้ำซ้อน อัด “จิรายุ”อย่ากล่าวหาบิดเบือน อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.17 น.


เมื่อวันที่ 19 พ.ย.นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่  กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯในการออกระเบียบสภาผู้แทนราษฎรให้กรรมาธิการ(กมธ.)แต่ละคณะปฏิบัติ เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน ว่า ตนสนับสนุนเพรราะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมแล้ว ยังเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "...การกระทำกิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา และหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ในการตั้งกรรมาธิการก็ดี ในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการก็ดี ต้องไม่เป็นเรื่องซ้ำซ้อนกัน ในกรณีที่การกระทำกิจการ การสอบหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาในเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน ให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะต้องดำเนินการให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกชุดร่วมกันดำเนินการ..."

“ผมคิดว่าระเบียบที่ออกมาจะช่วยทำให้การทำงานของคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ซ้ำซ้อนกัน และยังแก้ปัญหากรณีมีกรรมาธิการฯชุดใดทำเกินอำนาจหน้าที่ หรือใช้กรรมาธิการไปในทางที่ผิด เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเอง ซึ่งจะทำให้กลไกการตรวจสอบของสภาฯได้รับความเสียหายตามไปด้วย จึงอยากให้ประธานกรรมาธิการฯทุกคณะให้ความร่วมมือดำเนินการตามระเบียบนี้ อันจะเป็นประโยชน์ในการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างแท้จริง” นพ.ระวี กล่าว



ด้านนพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบสภาฯด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)หลายคณะ พ.ศ.2562 

นพ.สุกิจ กล่าวว่า สาเหตุที่มีการการออกระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯพ.ศ.2562 ข้อ 90 วรรคสี่และวรรคหก ที่กำหนดให้ประธานสภาฯออกระเบียบดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ว่าด้วยการให้คณะกรรมาธิการสามัญต้องรายงานเรื่องใดๆให้ประธานสภาทราบ ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาจากความเห็นชอบของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังนั้น ระเบียบที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นเรื่องการใช้อำนาจของประธานสภาฯโดยตรงแต่อย่างใด เพราะเป็นการดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรการที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจองค์การ มหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาพูดกล่าวหาประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นการอ่านข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบและไม่รู้ข้อเท็จจริง

"ระเบียบดังกล่าวประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง แต่ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ร่างระเบียบดังกล่าวออกมา และไม่ได้เป็นการใช้อำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎรในการแทรกแซงแต่อย่างใด อีกทั้งระเบียบลักษณะนี้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2552 สมัยท่านชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร การรายงานเช่นนี้จะมีประโยชน์ คือ การทำให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่ามี กมธ.ชุดไหนทำงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่"  นพ.สุกิจ กล่าว
สำหรับกรณีที่นายจิรายุ คัดค้านการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 พ.ย. เพราะมองว่าเป็นการหลอกให้กรรมาธิการมารายงานเรื่องที่จะทำต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น นพ.สุกิจ กล่าวว่า การที่นายจิรายุกล่าวหาเช่นนั้นไม่ถูกต้อง เพราะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 พ.ย.เป็นการพิจารณาญัตติที่ค้างการพิจารณาเท่านั้น หากไม่มีการประชุมนัดพิเศษในวันที่ 22 พ.ย.จะทำให้ญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาเลย

ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่า "วันนี้สภาฯและสังคมต้องการคนที่ดีไปบริหารบ้านเมือง ประธานสภาฯตั้งใจทำงานให้กับประชาชน ขอร้องว่าอย่านำเรื่องนี้ไปบิดเบือนเป็นอย่างอื่น ขอให้คุณจิรายุแสดงความรู้ความสามารถออกมาให้เห็น" นายสมบูรณ์ กล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 13