อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

ที่แท้พื้นที่ฟาร์มไก่'เอ๋' พบอยู่เขตป่าสงวนฯโอนให้ส.ป.ก.

ลุยตรวจพื้นที่ฟาร์มไก่ของ”เอ๋ ปารีณา”พบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ได้มีการโอนให้ส.ป.ก.โดยการรังวัดเขตปฏิรูป พร้อมเปิดคุณสมบัติเกษตรกรที่มีสิทธิ์รับที่ดินส.ป.ก. พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.30 น.

จากกรณีที่ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส .ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  กำลังถูกตรวจสอบ ที่ดินภบท. 5 กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ได้รับรายงานหลังจากสั่งให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ดินฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของ น.ส.ปารีณา   โดยสรุปที่ดินแปลงหน้าเป็น ส.ป.ก. ที่แปลงกลางที่มีเอกสารสิทธิ์ และแปลงหลังเป็น ส.ป.ก.ซึ่งหลังจากที่กรมป่าไม้มอบพื้นที่มาให้ ส.ป.ก.ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2536 ได้จัดสรรให้ชาวบ้านไป 700 กว่าไร่ เหลือประมาณ 900 กว่าไร่ ซึ่งรวม 3 แปลง โดยแปลงที่อยู่ตรงกลางมีเอกสารสิทธิ์ ที่น.ส.ปารีณา ชี้แจงว่ามี นส.3 และ สค.1 ทั้งนี้กำลังขอตรวจสอบเอกสารดังกล่าว  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ทีมข่าวเฉพาะกิจ “เดลินิวส์” ตรวจสอบพบว่าบริเวณที่ตั้งโรงเลี้ยงไก่ เขาสนฟาร์ม​ ของ​ ส.ส.ปารี​ณา​ เกือบทั้งหมด เดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีบางส่วนเป็นพื้นป่าเสื่อมโทรมหมดสภาพเป็นป่า ทางกรมป่าไม้ จึงได้กันคืน และ ได้ส่งมอบให้กับสำนักงานปฏิรูป ต่อมากรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้กับ ส.ป.ก. และปี 2554 ส.ป.ก. ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และมีแก้ไขเพิ่มเติมปฏิรูปที่ดินฉบับใหม่ โดยแก้ไขปรับปรุงแบ่งพื้นที่เป็นรายตำบล สำนักงานการปฏิรูป ส.ป.ก. จึงตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมมา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อราษฎรที่พึงจะมีสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ในที่ดินต่างๆจะได้ดำเนินการได้ โดยหลายพื้นที่ของราชบุรี มีทั้ง อ.จอมบึง อ.บ้านคา หลังจากมีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว ใครที่มีเอกสาร หลักฐาน มีข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เหมาะสม ก็ไปขอออกเอกสารสิทธิ์ แต่ถ้ามีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งพื้นที่เป็นบางส่วน ส่วนไหนที่ไม่ได้เข้าเขตปฏิรูป ถ้ามีการเดินสำรวจออกโฉนดของกรมที่ดิน สามารถนำรังวัดได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องมี สค. 1 ใบจองอะไรเลย ขอให้พยานบุคคลข้างเคียงชี้แนวเขต ผู้ปกครองท้องที่ยืนยัน ก็จะได้รับเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินไปได้เลย

จากนั้นทีมข่าวได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศจาก GOOGLE MAP พบว่าจุดครอบครองพื้นที่ฟาร์มไก่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ได้มีการโอนให้ ส.ป.ก. โดยการรังวัดเขตปฏิรูป ตามมาตรา 26 (4) มีเนื้อหาว่า ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงใดส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูป ที่เดิมมีผลเป็นการเพิกถอนสภาพป่าสงวนแห่งชาติแปลงนั้น และในมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินฯ พ.ศ.2518 "บรรดาที่ดิน ที่ ส.ป.ก. ได้มา ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดทั้งนี้ ตามขนาดการถือครองในที่ดินดังกล่าวต่อไปนี้



(1) จำนวนที่ดินไม่เกินห้าสิบไร่ สำหรับเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียวกันซึ่งประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นนอกจาก เกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ใหญ่
(2) จำนวนที่ดินไม่เกินหนึ่งร้อยไร่ สำหรับเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียว ซึ่งประกอบเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ใหญ่ และในมาตรา 30 วรรคสาม บรรดาที่ดินที่ ส.ป.ก. ได้มาถ้าเป็นที่ดินของรัฐและมีเกษตรกรถือครองอยู่แล้วเกินจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่งก่อนเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เมื่อเกษตรกรดังกล่าวยื่นคำร้องและยินยอมชำระค่าเช่า หรือค่าชดเชยที่ดินในอัตราหรือจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับที่ดินส่วนที่เกินตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการจัดที่ดินให้เกษตรกรเช่าหรือจัดให้ แล้วแต่กรณีตามจำนวนที่เกษตรกรถือครอง แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยไร่ ส่วนมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ปฏิรูปฯ พ.ศ.2518 ห้ามมิให้ยกอายุความครอบครองขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับ ส.ป.ก. ในเรื่องที่ดินฯ ที่ ส.ป.ก.ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งจากการตรวจสอบ ระเบียบคณะกรรมการการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในส่วนว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2535 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีอำนาจหน้าที่จัดที่ดินให้ผู้มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร ผู้ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการครองชีพ และประสงค์จะได้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยผู้มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร คือ

1.1 ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
1.2 ผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองมี 3 ประเภท ดังนี้
- ประเภทที่หนึ่ง บุคคลผู้ยากจน หมายถึง ผู้มีรายได้ไม่สูงกว่าอัตรารายได้ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด ซึ่งรายได้ให้หมายความรวมถึงสิทธิ หรือประโยชน์อื่นที่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ด้วย ในปัจจุบันกำหนดไว้ว่า ผู้ยากจน คือผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/คน/ปี
- ประเภทที่สอง ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม หมายถึง ผู้ที่จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าในวิชาเกษตรกรรม และ
- ประเภทที่สาม ผู้เป็นบุตรของเกษตรกร หมายถึงบุตรโดยชอบด้วยกฏหมาย ของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
ทั้งนี้ บุคคลทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว ต้องไม่มีอาชีพอันมีรายได้ประจำเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว ไม่มีที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการครองชีพ และประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก



นอกจากนี้ ยังต้องมีคุณสมบัติอื่นประกอบด้วย จึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้แก่
1.มีสัญชาติไทย
2.บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุโดยการสมรสหรือจดทะเบียน) หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว
3.มีความประพฤติดี และซื่อสัตย์สุจริต
4.มีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และสามารถประกอบการเกษตรได้
5.ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
6.ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบการเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อยแต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบการเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ และ
7.เป็นผู้ยินยอม ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด
2) หากบุคคลใดมีคุณสมบัติตามที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น สามารถยื่นเรื่องเป็นผู้ไร้ที่ทำกิน เพื่อขอรับการจัดที่ดิน จาก ส.ป.ก.จังหวัดที่ประสงค์จะได้รับการจัดที่ดินในจังหวัดนั้น ในวัน เวลา ราชการ โดยให้จัดเตรียมเอกสาร หลักฐาน ประกอบด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานการมีที่ดิน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    79%
  • ไม่เห็นด้วย
    21%

บอกต่อ : 97