อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

กรมชลฯยันน้ำท่วมจ.อุบลกลับสู่ตลิ่ง29ก.ย.

อธิบดีกรมชลฯยันน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี กลับสู่ตลิ่ง29ก.ย. ระบุสถานการณ์อุทกภัย ลุ่มน้ำชี-มูล อยู่ในช่วงขาลง จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 11.37 น.


เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ M 7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อำเภอเมืองอุบลราชธานีอยู่ที่ 4,920 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานนี้ (15 กันยายน) ซึ่งอยู่ที่ 5,130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำสูง 10.73 เมตรลดลงจากเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 10.88 เมตรซึ่งลดลง 7 เซนติเมตร ขณะนี้ระดับน้ำฝั่งอำเภอเมืองอุบลราชธานีต่ำกว่าตลิ่ง 12 เซนติเมตรแล้ว ส่วนฝั่งอำเภอวารินชำราบซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำยังมีน้ำล้นตลิ่งอยู่ กว่า3.73เมตร ซึ่งสถานการณ์น้ำอยู่ในช่วงขาลงและกลับสู่ตลิ่งวันที่29 ก.ย.นี้

ทั้งนี้การระบายน้ำลงแม่น้ำโขง ทำได้เร็วขึ้นเป็นผลจากการเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งติดตั้งบริเวณแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร 60 เครื่อง ส่วนที่อำเภอโขงเจียมซึ่งแม่น้ำมูลจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ตรงจุดนี้สั่งการให้ติดตั้งตามแผน200เครื่อง รวม260เครื่อง หลังจากได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินดูเพื่อหาพื้นที่ติดตั้งเพิ่ม พบว่าสะพานพิบูลมังสาหาร ยังมีช่องว่างติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำได้อีก100เครื่อง ขณะนี้เดินเครื่องแล้ว 150 เครื่อง อีก 50 เครื่อง กำลังเร่งติดตั้ง อีกทั้งช่วงนี้ระดับน้ำแม่น้ำโขงยังต่ำ ทำให้การดันน้ำออกปากแม่น้ำมูลได้สะดวก เพราะระดับแม่น้ำโขงต่ำกว่าหน้าเขื่อนปากมูลถึง 2.32 เมตร ลดต่ำลงจากเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 2.07 เมตร ซึ่งเมื่อเดินเครื่องผลักดันน้ำได้ 260 เครื่องตามแผนจะผลักดันน้ำออกไปได้เร็วขึ้น สามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนให้น้อยที่สุด ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำให้เร่งดำเนินการให้คลี่คลายอุทกภัยภาคอีสาน แนวลุ่มน้ำชี-มูล ให้กลับสู่ปกติทุกพื้นที่ก่อนสิ้นเดือนนี้

นายทองเปลว กล่าวถึงสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาว่า ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการติดตามสถานการณ์น้ำเหนือจากสถานีวัดน้ำ C 2 จังหวัดนครสวรรค์ลดลงตามลำดับ ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ในวันพรุ่งนี้อาจปรับลดการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงอีก 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณคลองโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง อำเภอเสนาและผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาน้ำอยู่ที่ระดับตลิ่ง ไม่เอ่อล้นท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำแล้ว เมื่อพรุ่งนี้ปรับลดลงอีกน้ำจะต่ำกว่าตลิ่ง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก่อนหน้านี้จึงสบายใจได้

สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์น้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้วมี 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน สุโขทัย ลำปาง อุตรดิตถ์ พิจิตร แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น มุกดาหาร สระแก้ว ชุมพร และระนอง ส่วนที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมรวม 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก และตราด โดยจังหวัดตราดนั้นเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและสะสมอย่างต่อเนื่อง วัดได้ 172 มิลลิเมตรทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอเกาะช้างหลายจุดในเขตเทศบาลตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้างซึ่งกรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องจักร-เครื่องมือแก่ทางจังหวัดและท้องถิ่นเร่งระบายน้ำออกโดยเร็วที่สุด

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า  อิทธิพลพายุโซนร้อน"โพดุล" และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน (16 ก.ย. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 32 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ชุมพร อุดรธานี สระแก้ว ลำปาง เลย สุโขทัย ศรีสะเกษ และสกลนคร รวม 182 อำเภอ 969 ตำบล 7,115 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 418,549 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 33 ราย (ยโสธร 8 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย อุบลราชธานี 3 ราย พิจิตร 2 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ) 

ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่  อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ อพยพประชาชน 22,916 คน ในพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 90 จุด ประกอบด้วย ยโสธร 7 จุด 566 คน อุบลราชธานี 61 จุด 22,220 คน ร้อยเอ็ด 22 จุด 130 คน  

นายชยพล กล่าวอีกว่า  ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ภัยจะคลี่คลาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยและเรือท้องแบนให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14