อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562

เปิดแฟ้มสำนวนศาลออสซี่ ชี้ชัด'ร.อ.ธรรมนัส'ติดคุก4ปี

สื่อดังออสเตรเลีย เปิดแฟ้มสำนวนของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุ 'ร.อ.ธรรมนัส' เกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิด นำเข้าเฮโรอีน 3.2 กก. โดยติดคุกเป็นเวลา 4 ปี ไม่ใช่ 8 เดือนตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 20.25 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. เว็บไซต์เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ของออสเตรเลีย รายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองระดับสูงของไทย ได้แก้ไขเรื่องการจำคุกอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ในคดียาเสพติด ขณะที่ทางการออสเตรเลียก็ยังแสดงความกังขาว่าเหตุใดเขาจึงได้วีซ่า ภายใต้กระแสกดดันที่นำมาเปิดโปงในสื่อของออสเตรเลียทั้ง เฮอรัลด์และเอจ ว่า ร.อ.ธรรมนัสใช้เวลา 4 ปีอยู่ในเรือนจำที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตามความผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดนำเข้าเฮโรอีน 3.2 กก.

ซึ่งเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส แถลงต่อรัฐสภาว่า เขาติดคุกอยู่ 8 เดือนเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือของโทษจำคุก 4 ปีคือถูกกันเป็นพยานภายใต้ข้อตกลงยินยอม ซึ่งก็ขัดกับคำชี้แจงก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีว่า เขาใช้เวลา 8 เดือนถูกคุมขัง จากนั้นก็ใช้ชีวิตเป็นปกติกับเวลาที่เหลือ 4 ปีในบริษัทด้านสุขอนามัยท้องถิ่น ฝ่ายตรงข้ามเขาจึงใช้คำชี้แจงที่ขัดกันเองนี้เอามาโจมตี ร.อ.ธรรมนัส เมื่อเขาให้การปฏิเสธว่าไม่เคยรับสารภาพเพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อรองระหว่างคำให้การ



ในแฟ้มสำนวนของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสเกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิดคดีนี้ โดยใช้ชื่อ มนัส บ่อพรหม เป็นผู้จัดการเรื่องการขอวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบินที่กรุงเทพฯให้กับผู้ถือยา รับของจากโรงแรมปาร์ครอยัล แล้วไปส่งให้ผู้ซื้อที่เมืองบอนได หลังถูกจับกุมในปี 2536 เขาได้ให้การกับตำรวจเรื่องสังคมของพวกนอกกฎหมายในประเทศไทย และยังบอกเล่าเรื่องที่กองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องในคดียาเสพติด

สื่อของออสเตรเลียทั้งสองฉบับยังได้เปิดเผยว่า นักการเมืองฝ่ายค้านได้ขอข้อมูลจากสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเรื่องปัญหาทางกฎหมายในอดีตที่ผ่านมาของร.อ.ธรรมนัส แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด



รัฐบาลไทยยืนยันว่า ได้ข้อมูลจากทางออสเตรเลียก่อนที่จะมีการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมของเขา

ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติของออสเตรเลีย ระบุว่า ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส กับทางตำรวจไทยแล้ว เป็นการตัดสินคดีของ ร.อ.ธรรมนัส ภายใต้เงื่อนไขของการแบ่งปันข้อมูลโดยปกติอยู่แล้วของสำนักงานตำรวจของทั้งสองประเทศ



แฟ้มสำนวนของศาลระบุด้วยว่า นายทหารหนุ่ม คือ นายมนัส และผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของ นายมนัส ชื่อ นายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ ถูกจับกุมที่เมืองบอนได เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2536 และถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดลักลอบนำเฮโรอีนมูลค่า 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อถูกศาลแจ้งเมื่อเดือน พ.ย.2536 ว่าอาจต้องรับโทษจำคุก 9 ปี นายมนัส จึงเริ่มให้ความร่วมมือเพื่อแลกกับโทษที่เบาลง โดยให้การรับสารภาพเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2536 จากนั้นในวันที่ 31 มี.ค. 2537 ศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์จึงตัดสินลงโทษจำคุก 6 ปี โดยจำคุก 4 ปีเป็นโทษจำคุกอย่างน้อย และโทษอีก 2 ปีไม่ได้ประกันตัว

ต่อมา นายมนัส กับ นายศรศาสตร์ ได้ยื่นคำร้องขอลดหย่อนผ่อนโทษ เพราะหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาชาวออสเตรเลียได้รับโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2538 ปฏิเสธการขออุทธรณ์เพื่อลดหย่อนผ่อนโทษ จากนั้น ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำปาร์คเลียเมื่อวันที่ 14 เม.ย.2540



เอกสารอีกฉบับที่ระบุว่า นายมนัส บ่อพรหม ได้ขอให้การเป็นพยานเพื่อปรักปรำผู้ถูกกล่าวหาชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดียาเสพติด ชื่อ นายแซม คาลาบรีส แต่คำให้การนี้ตกไป จากบันทึกข้อมูลในชั้นศาลของออสเตรเลีย จึงทำให้ นายมนัส ไม่สามารถที่จะขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบจากทางกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียเท่านั้น.



ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ 'เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์'

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 63